
WHOยก‘ซิกา’ภาวะฉุกเฉิน
อนามัยโลกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไวรัสซิกาทั่วโลก อาเซียนเตรียมรับมือเข้ม
อนามัยโลกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไวรัสซิกาทั่วโลก อาเซียนเตรียมรับมือเข้ม
องค์การอนามัยโลก (ดับเบิ้ลยูเอชโอ) ประกาศให้ไวรัสซิกาเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ หลังพบการแพร่ระบาดในหลายภูมิภาค และมีแนวโน้มรุนแรงกว่าอีโบลา
ทั้งนี้ เชื้อไวรัสซิกาเป็นต้นเหตุของภาวะศีรษะเล็กในทารกแรกเกิด ซึ่งในเบื้องต้นมีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นผลจากการที่มารดาติดเชื้อซิการะหว่างตั้งครรภ์ โดยขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันและยารักษาไวรัสดังกล่าวเป็นการเฉพาะ
มาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการดับเบิ้ลยูเอชโอ ระบุว่า ภาวะศีรษะเล็กและโรคแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่คาดว่าเกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสซิกา เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าภาวะศีรษะเล็กและภาวะเส้นประสาทอักเสบเฉียบพลันเกิดจากไวรัสซิกาจริงหรือไม่ ซึ่งต้องใช้เวลาในการค้นคว้า
ก่อนหน้านี้ ดับเบิ้ลยูเอชโอ ประกาศว่า เชื้อไวรัสซิกาแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในทวีปอเมริกา และตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อในภูมิภาคดังกล่าวแล้วราว 4 ล้านคน ในระยะเวลาเพียง 1 ปี
ขณะเดียวกัน รอยเตอร์ส เปิดเผยว่า ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เตรียมพร้อมรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาแล้ว โดยกระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซีย ระบุว่า ไวรัสดังกล่าวอาจแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในพื้นที่เขตร้อนชื้น หากมีตรวจพบว่าชาวมาเลเซียหรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศติดเชื้อดังกล่าว
ด้านกระทรวงสาธารณสุขของไทย ประกาศพบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา 1 คน ในปีนี้ แต่ไม่ใช่รายแรกของประเทศ ซึ่งได้รับการรักษาหายแล้ว ด้านทางการไต้หวันรายงานพบผู้ติดเชื้อ 1 คนซึ่งเป็นชายสัญชาติไทย
ขณะที่สิงคโปร์ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา แต่ทางการระบุว่า มีความเสี่ยงสูงว่าจะมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วหากพบผู้ติดเชื้อในประเทศ
กระทรวงต่างประเทศของออสเตรเลีย ระบุว่า ยังไม่พบการติดเชื้อไวรัสซิกาในประเทศ ส่วนกระทรวงสาธารณสุขของนิวซีแลนด์ เปิดเผยว่า พบชาย 1 คน ที่มีอาการคล้ายผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา โดยในปีนี้พบผู้ติดเชื้อแล้ว 9 คน
ล่าสุด ซาโนฟี ปาสเตอร์ ผู้ผลิตเภสัชภัณฑ์รายใหญ่ในฝรั่งเศส ผู้วิจัยและคิดค้นวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก ประกาศจะทำการวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสซิกา ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปีในการค้นคว้า ด้านทางการญี่ปุ่นเตรียมค้นคว้าวัคซีนป้องกัน และให้ความรู้ประชาชนเพื่อรับมือไวรัสซิกา







