
"เมียนมา" เปิดสภารับศักราชใหม่
เมียนมาเปิดฉากการประชุมรัฐสภาสมัยแรกและปฏิญาณสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของสภาชุดใหม่แล้ว
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
เมียนมาเปิดฉากการประชุมรัฐสภาสมัยแรกและปฏิญาณสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของสภาชุดใหม่แล้วในวันที่ 1 ก.พ. นำโดยพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ที่ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ทางการเมืองของประเทศจากการปกครองโดยกองทัพเป็นระบอบประชาธิปไตย
“วินมินต์” หนึ่งในคณะกรรมการบริหารพรรคเอ็นแอลดี ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันที่เป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบประชาธิปไตยของเมียนมา พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายสามัคคี และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลัก
โซปายฮเตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเอ็นแอลดี กล่าวว่า การที่พรรคขึ้นมาบริหารประเทศถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับเมียนมา ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบเป้าหมายและแผนการของพรรค แต่เห็นได้ชัดว่ารัฐธรรมนูญยังขาดเสถียรภาพ ดังนั้นต้องแก้ไขและปรับเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ
ด้าน โจชัว เคอร์แลนท์ซิค ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (ซีเอฟอาร์) ในสหรัฐ ระบุว่า พรรคเอ็นแอลดียังขาดประสบการณ์ในการบริหารประเทศ อีกทั้งเพื่อให้แน่ใจว่าชื่อที่เสนอจะได้รับการยอมรับจากกองทัพและพรรคอื่นๆ
เปลี่ยนผ่านแต่พื้นฐานเหมือนเดิม
บลูมเบิร์กเผยว่า แม้การเลือกตั้งที่ผ่านมาจะมุ่งสู่ประชาธิปไตย แต่หลายสิ่งหลายอย่างยังคงไม่เปลี่ยนแปลง อาทิ การที่กองทัพยังมีบทบาทสำคัญภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เจ้าหน้าที่จากกองทัพยังดำรงตำแหน่งในกระทรวงสำคัญและยังมีอำนาจยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้การลงทุนหยุดชะงักชั่วคราว
อีกทั้งแผนการบริหารประเทศของพรรคเอ็นแอลดียังคลุมเครือ แม้นโยบายพรรคจะเน้นไปที่การขยายเศรษฐกิจไปสู่ระบบการศึกษาและกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศ แต่รายละเอียดยังขาดความชัดเจน ส่วนแผนพัฒนาเศรษฐกิจยังขาดรายละเอียดเชิงลึก
นอกจากนี้ รัฐบาลชุดใหม่จะต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ อาทิ การดึงดูดนักลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แก้ไขปัญหาความล่าช้าในระบบราชการ จัดการปัญหาคอร์รัปชั่น และยกระดับการศึกษา รวมถึงต้องปกป้องสิทธิและเสรีภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ คุ้มครองกฎหมายด้านการลงทุน เหมืองแร่ การครอบครองอสังหา ริมทรัพย์และลิขสิทธิ์ทางปัญหา ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่หลงเหลือจากรัฐบาลชุดก่อนหน้า
อย่างไรก็ดี ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของเมียนมาปี 2016 จะขยายตัวที่ราว 8.3% ส่วนการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ปีงบประมาณล่าสุดอยู่ที่ 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.86 แสนล้านบาท) ซึ่งมากกว่าปี 2010 ถึง 20 เท่า
ผู้นำใหม่ใต้เงาเมฆ
สื่อท้องถิ่นของเมียนมาเผยรายชื่อผู้ที่คาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ได้แก่ “ถิ่นอู” อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ผู้ร่วมก่อตั้งและรองประธานพรรคเอ็นแอลดี วัย 88 ปี และ “ถิ่นเมียววิน” แพทย์ประจำตัวของอองซานซูจี
ก่อนหน้านี้ อูวินเต่ง สมาชิกระดับสูงของพรรคเผยว่า “วินข่ายตัน” วัย 63 ปี หลานชายอดีตรัฐมนตรีคู่ใจของนายพลอองซาน บิดาของซูจี ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภาที่จะเปิดประชุมในวันนี้ และเป็นตัวเต็งประธานสภานิติบัญญัติด้วย
สำหรับ วินมิน วัย 64 ปี สมาชิกคณะกรรมาธิการพรรคเอ็นแอลดี ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่วน ทีคุนเมียต สมาชิกพรรคยูเอสดีพีและผู้นำกองทัพเมืองก๊กไข่ รัฐฉานเหนือ ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร
ทั้งนี้ การคัดเลือกประธานาธิบดีคนใหม่จะจัดขึ้นเดือนนี้ และประธานาธิบดีคนใหม่จะจัดตั้งรัฐบาลและปฏิบัติหน้าที่เดือน มี.ค.







