
บีพียันถอดCEOแก้วิกฤต
ดันผู้นำสัญชาติอเมริกันรั้งเก้าอี้เสียหายหนักขาดทุนกว่า55ล้าน
ดันผู้นำสัญชาติอเมริกันรั้งเก้าอี้เสียหายหนักขาดทุนกว่า55ล้าน
เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า โทนี เฮย์เวิร์ด ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท บริติช ปิโตรเลียม (บีพี) ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังจากที่บริษัทได้รับการวิจารณ์อย่างหนักจากกรณีน้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม็กซิโก
เฮย์เวิร์ดจะพ้นจากเก้าอี้ซีอีโอในวันที่ 1 ต.ค.นี้ และจะย้ายไปทำงานใน ทีเอ็นเคบีพี บริษัทร่วมทุนของบีพีในรัสเซีย โดยตามเงื่อนไขสัญญาจ้างเฮย์เวิร์ดจะได้รับเงินเดือนเงินปี ซึ่งมีมูลค่าราว 1.045 ล้านปอนด์ (ราว 52.18 ล้านบาท) และจะได้รับเงินบำนาญทั้งสิ้นอีกราว 11 ล้านปอนด์ (ราว 549.23 ล้านบาท)
ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้ามารั้งตำแหน่งซีอีโอคนใหม่แทนซีอีโอสัญชาติอังกฤษที่ตกเป็นเป้าโจมตีอย่างหนักนับตั้งแต่เกิดวิกฤตดังกล่าวคือ บ็อบ ดัดลีย์ ผู้บริหารชาวอเมริกัน ตามที่มีการคาดการณ์ไว้ ซึ่งปัจจุบันดัดลีย์กำลังทำหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการขจัดคราบน้ำมันที่เกิดขึ้น
เฮย์เวิร์ด กล่าวว่า การตัดสินใจในครั้งนี้เป็นการเห็นพ้องต้องกันกับทางคณะกรรมการบริหาร เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์อันเลวร้ายที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารวัย 53 ปีรายนี้ก็กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่ความสำเร็จที่ทำมาถูกบดบังด้วยโศกนาฏกรรมในอ่าวเม็กซิโก
วันเดียวกัน บีพีรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ของปี ซึ่งปรากฏว่าบริษัทต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนกว่า 1.69 ล้านเหรียญ สหรัฐ (ราว 54.43 ล้านบาท) เนื่องจากภาระค่าเสียหายจากเหตุน้ำมันรั่วกว่า 3.22 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.04 ล้านล้านบาท)
ตัวเลขความเสียหายและภาระความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นทำให้บีพีจำเป็นต้องขายสินทรัพย์มูลค่าราว 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9.7 แสนล้านบาท) ภายในช่วง 18 เดือนนี้ เพื่อกอบกู้ผลกำไรให้กับกิจการต่อไป
นอกจากนี้ ราคาหุ้นของบีพีดิ่งลงราว 40% นับตั้งแต่เกิดการระเบิดเมื่อวันที่ 20 เม.ย. ขณะที่บีพีพึ่งสามารถแก้ไขการรั่วไหลได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ล่าสุดบีบีซีรายงานว่า นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมของกรีนพีซได้เข้าปิดสถานีบริการน้ำมันของบีพีราว 20 แห่งในลอนดอน เพื่อเรียกร้องให้บีพีปรับปรุงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น







