
อิหร่านค้าน้ำมันมากสุดรอบ2ปี
บรรลุดีลการค้ากับฝรั่งเศส ซื้อแอร์บัสเกือบ9แสนล้านบาท
บรรลุดีลการค้ากับฝรั่งเศส ซื้อแอร์บัสเกือบ9แสนล้านบาท
อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบในคลังเดือน ม.ค. 1.5 ล้านบาร์เรล เล็งขยายตลาดเอเชีย
สำนักข่าวรอยเตอร์ส เปิดเผยข้อมูลการขนส่งน้ำมันของอิหร่าน พบว่า การส่งออกน้ำมันดิบโดยรวมของอิหร่านในเดือน ม.ค. อยู่ที่ 1.5 ล้านบาร์เรล/วัน และคาดว่าในเดือน ก.พ.จะอยู่ที่ 1.44 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่า 20% ของค่าเฉลี่ยการส่งออกน้ำมันของอิหร่านในปี 2015 โดยในจำนวนนี้จะเป็นการส่งออกไปยังเอเชียทั้งหมด 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน
นอกจากนี้ การส่งออกในเดือน ม.ค.ยังถือเป็นปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบที่มากที่สุดตั้งแต่เดือน ก.พ. 2014 โดยแหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านวางแผนเน้นการส่งออกน้ำมันไปยังอินเดียและประเทศในเอเชีย เนื่องจากยังประสบปัญหาเรื่องระบบประกันในการส่งออกไปยุโรป ซึ่งในเดือน ม.ค.อิหร่านส่งน้ำมันไปยังอินเดียที่ 1.83 แสนบาร์เรล/วัน และจะเพิ่มเป็น 3 แสนบาร์เรล/วัน ในเดือน ก.พ.
ขณะที่ปัจจุบันอิหร่านมีคลังน้ำมันดิบอยู่ในประเทศถึง 40 ล้านบาร์เรล ทั้งนี้บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในอิหร่าน จะทำให้มีน้ำมันส่วนเกินอยู่ในตลาดวันละ 1 ล้านบาร์เรล
ด้านทางการรัสเซีย ระบุว่า ยินดีที่จะเจรจาเรื่องการลดกำลังการผลิตน้ำมันร่วมกับประเทศผู้ผลิตน้ำมันอื่นๆ เพื่อบรรเทาภาวะน้ำมันล้นตลาดที่ทำให้ราคาน้ำมันตกต่ำ หลังหารือกับซาอุดิอาระเบีย ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกไปครั้งสุดท้ายเมื่อเดือน พ.ย. 2015
ขณะเดียวกันทางการอิหร่าน เปิดเผยว่า บริษัทเอกชนและภาครัฐบรรลุข้อตกลงทางการค้าราว 20 ข้อตกลง ในระหว่างการเดินทางเยือนฝรั่งเศสของประธานาธิบดี ฮัสซัน รูฮานี โดยอิหร่านตกลงซื้อเครื่องบินแอร์บัส 118 ลำ เป็นมูลค่า 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.93 แสนล้านบาท) ซึ่งข้อตกลงซื้อขายถือเป็นมูลค่าทางการค้าของอิหร่านที่สูงที่สุด หลังพ้นมาตรการคว่ำบาทจากชาติตะวันตก
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับสหรัฐว่าจะให้ใบอนุญาตส่งออกสินค้าหรือไม่ เนื่องจากชิ้นส่วนเครื่องบินของแอร์บัสกว่า 10% ผลิตในสหรัฐ ขณะที่ชิ้นส่วนปีกของเครื่องบิน เอ320 ผลิตในเวลส์ ทำให้อังกฤษได้ประโยชน์จากข้อตกลงดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ อับบาส อัคโฮอูนดี รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมอิหร่าน ระบุว่า สนใจซื้อเครื่องบินจากโบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ในสหรัฐด้วยเช่นกัน โดยคาดว่าอิหร่านจะมีเครื่องบินขนาดกลางและขนาดใหญ่ราว 400 ลำ และมีเครื่องบินขนาดเล็ก 100 ลำ ภายในอีกไม่กี่ปี
ก่อนหน้านี้ มาตรการกีดกันทางการค้าต่ออิหร่านเมื่อปี 1995 กีดกันไม่ให้ผู้ผลิตในยุโรปทำการค้าชิ้นส่วนเครื่องบินกับบริษัทในอิหร่าน ทำให้สายการบินในอิหร่านมีเครื่องบินอยู่ที่ราว 140 ลำ และมีอายุเฉลี่ยที่ 20 ปี ซึ่งใกล้หมดอายุการใช้งาน
นอกจากนี้ พีเอสเอ พีเจี้ยนซิตรอน บริษัทผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติฝรั่งเศสประกาศร่วมทุนกับ โคโดร ผู้ผลิตยานพาหนะในอิหร่านเพื่อตั้งฐานการผลิตรถยนต์ ในกรุงเตหะราน ภายในปี 2017 ด้วย ขณะที่บรรดาบริษัทเอกชนอื่นๆ ต่างบรรลุข้อตกลงทางการค้าร่วมด้วย อาทิ บริษัทในอุตสาหกรรมขนส่งทางน้ำ เกษตรกรรม และด้านสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม บริษัทน้ำมันและก๊าซของฝรั่งเศสก็บรรลุข้อตกลงซื้อน้ำมันดิบจากบริษัทผลิตน้ำมันแห่งชาติอิหร่าน ทั้งนี้ ประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส เปิดเผยว่า มูลค่าข้อตกลงทางการค้าทั้งหมดในระหว่างการเยือนของประธานาธิบดี รูฮานี น่าจะอยู่ที่ราว 3 หมื่นยูโร (ราว 1.16 ล้านล้านบาท)







