
อินโดนีเซียเผย "คุก" เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ก่อการร้าย
รายงานชี้ ผู้นำมุสลิมแนวคิดสุดโต่งสั่งก่อการร้ายผ่านโทรศัพท์แม้ยังอยู่ในเรือนจำ
รายงานชี้ ผู้นำมุสลิมแนวคิดสุดโต่งสั่งก่อการร้ายผ่านโทรศัพท์แม้ยังอยู่ในเรือนจำ
รายงานปี 2015 ของสถาบันวิเคราะห์ความขัดแย้งเชิงนโยบาย (ไอพีเอซี) ของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า นักโทษมุสลิมที่เคร่งจารีตสุดโต่งสามารถเข้าถึงการใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตได้แม้จะอยู่ในเรือนจำ ซึ่งเป็นช่องทางการติดต่อและเผยแพร่แนวคิดหัวรุนแรง รวมถึงการสั่งการให้ผู้เข้าร่วมก่อเหตุรุนแรง
ผู้เชี่ยวชาญอ้างกรณีของอะติฟ หรือสุนาคิน อดีตนักโทษมุสลิมที่ได้รับการปล่อยตัว และไปเข้าร่วมกับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในซีเรีย จากนั้นจึงกลับมาก่อเหตุระเบิดในกรุงจาการ์ตา อินโด นีเซีย เมื่อวันที่ 14 ม.ค. โดยอะติฟเป็นหนึ่งในนักโทษ 20 รายที่ได้รับอิทธิพลทางความคิดจาก อามัน อับดุลเราะห์มาน ผู้นำทางศาสนาที่อยู่ระหว่างการจับกุม เนื่องจากเป็นผู้นำกลุ่มจามาอะห์ อันชารุท เดาเลาะห์ องค์กรร่วมของกลุ่มไอเอส
เตาฟิค แอนดรี กรรมการบริหารสถาบันสร้างสันติภาพสากล ระบุว่า นักโทษในเรือนจำแลกเปลี่ยนความคิดกันผ่านการทำกิจกรรม เช่น การละหมาด การทำอาหาร
ทั้งนี้ แม้จะมีการคุมขังอับดุลเราะห์มานอย่างแน่นหนาและเข้มงวดในระดับสูงสุด แต่ยังมีการอนุญาตให้นักโทษใช้โทรศัพท์มือถือในเรือนจำได้ จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่ผู้นำทางศาสนาคนดังกล่าวติดต่อกับอะติฟผ่านทางโทรศัพท์และผู้ส่งสาร นอกจากนี้อับดุลเราะห์มานยังสามารถระดมผู้ติดตามได้กว่า 200 คน แม้จะอยู่ในเรือนจำ
อัชหมัด มิชแดน ทนายความของ อะบู บาการ์ บาอัสเยอร์ นักโทษมุสลิมแนวคิดสุดโต่ง ระบุว่า การสื่อสารจากภายในเรือนจำสู่โลกภายนอกเป็นเรื่องง่าย ประชาชนสามารถเข้าเยี่ยมนักโทษได้ และไม่ต้องแลกโทรศัพท์มือถือก่อนเข้า นักโทษและบุคคลภายนอกจึงสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังระบุด้วยว่า อับดุลเราะห์มานสามารถเผยแผ่คำสอนทางศาสนาผ่านอีเมล เฟซบุ๊ก และเอกสาร อีกทั้งยังพบว่าผู้นำทางศาสนาคนดังกล่าวสาบานตนสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอเอสผ่านสังคมออนไลน์เมื่อปี 2014
ฟาริฮิน อดีตสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายที่กลับใจเข้าร่วมโครงการขจัดแนวคิดหัวรุนแรงของรัฐบาล ระบุว่า มุสลิมหัวรุนแรงสามารถเผยแผ่คำสอนทางศาสนาและแนวคิดได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้มีการส่งต่อความคิดหัวรุนแรงอย่างแพร่หลาย
ด้าน ซาอุด อุสมาน นาซูติออน หัวหน้าฝ่ายต่อต้านการก่อการร้ายของอินโดนีเซีย ระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เรือนจำยังไม่สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ โดยเฉพาะการเข้าถึง เทเลแกรม แอพพลิเคชั่นข้อความ เนื่องจากมีนักโทษมากเกินไป
ภาพ...เอเอฟพี







