
ศาลยูเอ็นตัดสินจำคุกสหายดุช35ปี
ศาลพิเศษสหประชาชาติตัดสินจำคุก สหายดุช อดีตผู้นำเขมรแดง 35 ปี ในข้อหาอาชญากรสงคราม
ศาลพิเศษสหประชาชาติตัดสินจำคุก สหายดุช อดีตผู้นำเขมรแดง 35 ปี ในข้อหาอาชญากรสงคราม
ศาลพิเศษคดีอาชญากรสงครามประเทศกัมพูชา ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยสหประชาชาติ ได้ตัดสินจำคุก นายเคียง เกก เอียฟ หรือสหายดุช อายุ 67 ปี อดีตผู้นำเขมรแดงเป็นเวลา 35 ปี และอดีตผู้คุมเรือนจำตุลสเลงในข้อหาอาชญากรสงคราม ก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ รวมถึงทรมานและฆาตกรรมผู้คนโดยไตร่ตรองล่วงหน้า เนื่องจากมีส่วนรู้เห็นและบงการสังหารเพื่อนร่วมชาติกว่า 15,000 คน
ทั้งนี้ศาลให้ลดหย่อนโทษได้ 5 ปีจากการถูกคุมขังโดยไม่ถูกกฎหมายในศาลทหาร และหักช่วงเวลาที่ถูกคุมขังทั้งหมด 11 ปีนับตั้งแต่การจับกุม ทำให้เขาจะรับโทษจำคุกจริงอีก 19 ปี แต่เขามีเวลา90 วันในการยื่นอุทธรณ์
ดุช เป็นอดีตผู้นำเขมรแดงคนแรกจากทั้งหมด 5 คนที่เข้ารับการพิจารณาคดีสังหารชาวกัมพูชาจำนวนมากในช่วงที่เขมรแดงมีอำนาจ ส่วนอดีตผู้นำเขมรแดงอีก 4 รายคาดว่า จะเข้ารับฟังการตัดสินไม่เกินช่วงต้นปี 2555
ขณะที่ ญาติของเหยื่อเคราะห์ร้ายที่ได้ชมการถ่ายทอดคำตัดสินต่างแสดงความโกรธว่าบทลงโทษเบาไป ซึ่งบางคนอยากให้มีการประหารชีวิต และบางคนร้องไห้ด้วยความคับแค้นใจ อย่างไรก็ตามศาลพิเศษไม่มีอำนาจตัดสินโทษประหารชีวิต
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ดุช รับสารภาพว่า เป็นผู้ควบคุมการสังหาร ชาย หญิง และเด็ก ราว 15,000 คนในเรือนจำโตน สะเลง หรือ คุกเอส-21 แต่ในช่วงไม่กี่วันท้ายๆของการพิจารณาคดีนาน 9 เดือน เขากลับร้องขอให้เขาได้รับการพิจารณาให้พ้นผิด โดยอ้างว่าการพิจารณาคดีไม่ถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ และเขาเป็นผู้กระทำตามคำสั่งเท่านั้น
ทั้งนี้ดุชถูกควบคุมตัวตั้งแต่ปี 2542 และถูกจับกุมอย่างเป็นทางการโดยศาลพิเศษคดีเขมรแดงในเดือนก.ค. 2550 และศาลเตรียมเริ่มพิจารณาคดีกับอดีตแกนนำเขมรแดงอีก 4 คนที่ถูกตั้งข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปี 2554 ได้แก่ นายนวน เจีย , นายเขียว สัมพันธ์ , นายเอียง สารี และภรรยาคือนางเอียง ทิริด แต่กำลังมีการถกเถียงระหว่างอัยการชาวต่างชาติและกัมพูชาว่าจะขยายการสอบสวนให้ครอบคลุมผู้ต้องสงสัยรายอื่นๆนอกเหนือจากนี้หรือไม่







