
เศรษฐกิจยุโรประส่ำตั้งตารอผล Stress Test
สัปดาห์ที่ผ่านมาภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่มั่นคงแน่นอนของยุโรปยังคงเป็นประเด็นร้อนให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง
เริ่มตั้งแต่ต้นสัปดาห์ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับเครดิตรายใหญ่ของโลก ออกมาประกาศลดอันดับเครดิตพันธบัตรรัฐบาลไอร์แลนด์ จากระดับ Aa1 ลงมาอยู่ที่ระดับ Aa2 ทั้งนี้เนื่องมาจากภาระหนี้สินที่พอกพูน อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งการให้ความช่วยเหลือภาคธนาคารมูลค่ามหาศาลในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้รัฐบาลไอร์แลนด์มีสถานะทางการคลังที่อ่อนแอ
ต่อเนื่องจากการตัดสินใจหั่นเครดิตไอร์แลนด์ มูดี้ส์ และเอสแอนด์พียังได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า กำลังพิจารณาจะปรับลดอันดับเครดิตของฮังการี จากระดับ Baa1 ซึ่งถือว่า ต่ำสุดเป็นอันดับที่ 3 ลงอีก เนื่องจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของฮังการียังมีความไม่แน่นอนในภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และสหภาพยุโรป (อียู) ไม่เห็นชอบกับแผนการควบคุมการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งอาจจะทำให้ไอเอ็มเอฟระงับการจ่ายเงินช่วยเหลืองวดต่อไปให้กับฮังการี
ในส่วนของผลการทดสอบความแข็งแกร่งของสถาบันการเงินในยุโรป หรือ Stress Test ล่าสุดก็ได้มีการประกาศออกมาแล้ว โดยผลปรากฏว่า มีธนาคารยุโรปเพียง 7 ธนาคาร จากทั้งหมด 91 ธนาคาร สอบไม่ผ่านการทดสอบ ผลการทดสอบในครั้งนี้ช่วยยืนยันถึงศักยภาพในการฟื้นตัวของธนาคารในยุโรป และเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุน และตลาดให้กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ยังมีนักวิเคราะห์หลายคนยังไม่แน่ใจ และไม่เชื่อมั่นกับผลการทดสอบที่ออกมา
บีพีตกที่นั่งลำบาก เจอข่าวฉาวรุมทึ้ง
ด้าน บีพี บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ ซึ่งเผชิญหน้ากับวิกฤตน้ำมันรั่วในอ่าวเม็กซิโกมาเป็นระยะเวลานานกว่า 3 เดือน ก็ยังคงตกเป็นข่าวอื้อฉาวอย่างต่อเนื่อง
เทเลกราฟของอังกฤษ เปิดเผยว่า บริษัท บีพี ได้ทำการปล่อยภาพตัดต่อขึ้นบนเว็บไซต์ โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพของพนักงานกำลังนั่งทำงานอยู่ที่หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่จำนวน 10 จอ เพื่อแสดงให้เห็นว่าบีพีกำลังปฏิบัติหน้าที่เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำมันรั่วอย่างเอาจริงเอาจัง ซึ่งทางโฆษกของบริษัท บีพี ก็ได้ออกมายอมรับว่าได้ตัดต่อภาพจริง แต่ไม่ได้มีเจตนาจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับสหรัฐแต่อย่างใด
นอกจากนี้ บีบีซียังออกมาแฉด้วยว่า บริษัท บีพี พยายามที่จะใช้เงินซื้อตัวนักวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ช่วยปกปิดข้อมูลซึ่งมีความสำคัญต่อการสู้คดีจากกรณีน้ำมันรั่ว ซึ่งมีอยู่มากกว่า 300 คดี
วิกฤตแรงงานจีนยังไม่จบสิ้น
ภายหลังจากก่อนหน้านี้คนงานจีนในโรงงานฆ่าตัวตายกว่าสิบรายภายในระยะเวลาไม่ถึงปี ล่าสุดฟอกซ์คอนน์ ตัวแทนผู้ผลิตสินค้าให้กับบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังอย่างโนเกีย โซนี่ รวมทั้งแอปเปิล ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน ก็ต้องเผชิญกับเหตุพนักงานฆ่าตัวตายอีกครั้งหนึ่ง โดยครั้งนี้เป็นนักศึกษาฝึกงานวัย 19 ปี ที่ตกลงมาจากหอพักความสูง 6 ชั้น หลังจากไม่ผ่านการฝึกงานเนื่องจากขาดงานหลายวัน จนทางบริษัทต้องเลิกจ้าง
เมื่อต้องเผชิญกับเหตุคนงานฆ่าตัวตายอย่างต่อเนื่อง และถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงสภาพการทำงานที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด และสภาวะกดดัน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้ใช้มาตรการปรับขึ้นเงินเดือนเพื่อปลอบขวัญพนักงานไปหลายครั้ง จนล่าสุดฟอกซ์คอนน์ออกมาเปิดเผยว่า เตรียมที่จะปรับขึ้นราคาสินค้าที่บริษัทผลิต เพื่อเป็นการชดเชยกับค่าใช้จ่ายในการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้น โดยการปรับขึ้นราคาจะอยู่ในอัตราที่แตกต่างกันตามชนิดของสินค้า







