
สหรัฐหนุน "BRIC" ในไอเอ็มเอฟ
สภาสหรัฐอนุมัติปฏิรูปกองทุนการเงินระหว่างประเทศ-ยกเลิกมาตรการห้ามส่งออกน้ำมัน
สภาสหรัฐอนุมัติปฏิรูปกองทุนการเงินระหว่างประเทศ-ยกเลิกมาตรการห้ามส่งออกน้ำมัน
รัฐสภาสหรัฐอนุมัติแผนปฏิรูปกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งส่งเสริมให้ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่มีบทบาทในไอเอ็มเอฟมากขึ้น หลังเสนอมาตั้งแต่ปี 2010 โดยประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ ได้รับรองแผนดังกล่าวเพื่อนำไปสู่การปรับใช้แล้ว
ภายใต้แผนปฏิรูปดังกล่าว กลุ่มประเทศบริค (BRIC) ซึ่งได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน จะเข้ามามีส่วนในการพิจารณาการให้กู้ยืมของไอเอ็มเอฟมากขึ้น รวมทั้งระบุให้เพิ่มแหล่งเงินทุนของไอเอ็มเอฟด้วย โดยก่อนหน้านี้การอนุมัติกู้ยืมเงินจากไอเอ็มเอฟจะต้องได้รับการอนุมัติจากหุ้นส่วน 10 ประเทศของไอเอ็มเอฟเท่านั้น
จากแผนปฏิรูปใหม่นี้ ทำให้น้ำหนักการออกเสียงของจีนในไอเอ็มเอฟเพิ่มขึ้นจาก 3.8% เป็น 6% ทำให้ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ออกมากล่าวแสดงความยินดี โดยระบุว่า จีนจะกลายเป็นหุ้นส่วนรายใหญ่ที่สุดเป็นลำดับที่ 3 หลังจากการปฏิรูปดังกล่าว จากก่อนหน้านี้ที่จีนอยู่ในลำดับที่ 6
นอกจากนี้ พีบีโอซียังระบุว่า แผนปฏิรูปไอเอ็มเอฟเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือของประสิทธิภาพการทำงานและความชอบธรรมของไอเอ็มเอฟ ซึ่งการปฏิรูปครั้งนี้เป็นการปฏิรูปในด้านธรรมาภิบาลครั้งใหญ่ที่สุดของไอเอ็มเอฟ ตั้งแต่ก่อตั้งมาในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
เอสวอร์ พราซัด ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการค้าของมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐ ระบุว่า การเปลี่ยน แปลงดังกล่าวเป็นก้าวที่สำคัญในการปรับปรุงธรรมาภิบาลของไอเอ็มเอฟ แต่การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างยังเกิดเพียงบางส่วนเท่านั้น สำหรับการผลักดันให้ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ซึ่งมีอิทธิพลมากขึ้นในเศรษฐกิจโลกเข้ามามีบทบาทในโครงสร้างของไอเอ็มเอฟ
ขณะเดียวกัน สหรัฐได้ประกาศยกเลิกมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดิบของผู้ผลิตในประเทศ ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 1975 โดยก่อนหน้านี้ผู้ผลิตน้ำมันหลายรายในสหรัฐได้เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการดังกล่าว แต่ถูกคัดค้านจากพรรคเดโมแครตภายใต้การนำของประธานาธิบดี บารัก โอบามา เนื่องจากความกังวลว่าการส่งออกน้ำมันจะเพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
อย่างไรก็ตาม ทางพรรคเดโมแครตได้ออกมาสนับสนุนให้ยกเลิกมาตรการดังกล่าวในภายหลัง ภายใต้เงื่อนไขว่ารัฐบาลสามารถหันไปใช้มาตรการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แทนได้
ทั้งนี้ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลง 2.1% หรือ 367.29 จุด ปิดตลาดที่ 17,128.55 จุด หลังหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลงจากราคาน้ำมันถูก โดยราคาน้ำมันไนเมกซ์ปิดตลาดต่ำกว่า 35 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในขณะที่เบรนต์ปิดต่ำกว่า 37 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ภาพ...เอเอฟพี







