posttoday
ลุยปฏิรูปท่องเที่ยว รับการแข่งขันดุ

ลุยปฏิรูปท่องเที่ยว รับการแข่งขันดุ

16 ธันวาคม 2558

การถือกำเนิดของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เหมือนกับอุบัติเหตุในห้องคลอดที่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

“การถือกำเนิดของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เหมือนกับอุบัติเหตุในห้องคลอดที่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นำเรื่องท่องเที่ยวมาผสมกับการกีฬา ภาพโครงสร้างบริหารจัดการมีอำนาจไม่เต็มใบนักในแง่ของกฎหมาย กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จึงเป็นเพียงมือประสานงานเท่านั้น ทั้งๆ ที่ลูกที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด กลับเป็นตัวสร้างรายได้ให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศเกือบเป็นอันดับหนึ่ง แทนภาคการส่งออก” วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีต รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เล่าย้อนถึงการก่อตั้งกระทรวงที่สะท้อนสาเหตุที่ทำให้กระทรวงมีขีดจำกัดในการบริหารจัดการและไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ซุกไว้ใต้พรมหลายเรื่องได้

วีระศักดิ์ ชี้ว่า ประเทศไทยควรใช้ช่วงเวลาการปฏิรูปทางการเมือง ที่ไม่มีฝักมีฝ่าย สามารถประสานการทำงานได้อย่างไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก เร่งปฏิรูปโครงสร้างภาคท่องเที่ยว ร่วมบูรณาการแผนงานให้เกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานรัฐกับรัฐ ภาครัฐกับเอกชนและท้องถิ่น เพราะนับจากนี้ไปประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมทางการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หลังการเปิดเสรีอาเซียน ซึ่งเชื่อว่าชาติอาเซียน รวมถึงทั่วโลกจะยกเรื่องการท่องเที่ยวเป็นจุดขายสร้างรายได้ให้กับประเทศตัวเองอย่างเด่นชัดยิ่งๆ ขึ้น

ดังนั้น ไทยต้องเร่งปรับตัวเพิ่มขีดความสามารถทางแข่งขันในทุกด้าน อย่างมีระบบ แบบแผนและทิศทางที่ชัดเจน มากกว่าให้ภาคการท่องเที่ยวไทยเติบโตได้ด้วยตัวเอง โดยภาครัฐควรให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เสนอแผนงานเรื่องข้อกฎหมายที่ติดขัด ส่งผลต่อการแก้ไขปัญหางานด้านท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งอาจว่าจ้างนักกฎหมาย นักวิชาการ ที่มีความรู้เรื่องกฎหมายท่องเที่ยวมาเร่งดำเนินการ รวบรวมปัญหาทั้งหมด พร้อมเสนอเป็นแพ็กเกจแนวทางการแก้ไขเสนอต่อรัฐบาลพิจารณาแก้ไขอย่างจริงจัง เช่น พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ห้ามสิ่งปลูกสร้างที่อยู่อาศัย บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ควรนำกลับมาพิจารณาอีกครั้ง เพราะ พ.ร.บ.ดังกล่าวส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พนักงานที่ต้องให้บริการนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง เช่น ตำรวจท่องเที่ยว พนักงานบังคับหอการบิน เป็นต้น

นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ต้องเพิ่มความถี่ในการประชุมหารือวางแผนนโยบายการท่องเที่ยวชาติให้ตกผลึกสามารถปฏิบัติได้และมีความต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีหลายช่องทางที่ทำให้คณะกรรมการต่างๆ สามารถปรึกษาหารือติดตามงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกครั้งที่ประชุมร่วมกันสามารถมีมติผ่านความเห็นชอบพร้อมดำเนินการได้ทันที มากกว่าเห็นชอบหรือแจ้งเพื่อทราบ เพราะขณะนี้ต้องยอมรับว่าหลายชาติในอาเซียนปรับแผนการทำงานและรุกนโยบายด้านการท่องเที่ยวจี้หลังประเทศไทยมาติดๆ ทั้งการวางโครงสร้างพื้นฐานการเดินทาง การยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการ

“ประเทศไทยมีจุดขายเรื่องวัฒนธรรมไทย ความเป็นคนไทยถือเป็นเสน่ห์และแบรนด์ที่แข็งแกร่งของการท่องเที่ยวไทย แต่สิ่งเหล่านี้ต้องนำพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ตั้งแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาถึงท่าอากาศยาน ควรมีสิ่งอำนวยความสะดวก การบริการที่มีคุณภาพ การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยมีจุดขายในระยะยาว”

ด้านการสร้างเครือข่ายข้อมูลการสื่อสารร่วมกัน ปัจจุบันคนไทยนิยมติดกล้องซีซีทีวีขนาดเล็กบนรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งปัจจุบันมีราคาไม่สูงมากนัก รัฐบาลอาจใช้ส่วนนี้เป็นโอกาสพัฒนาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว โดยขอความร่วมมือกับเจ้าของรถยนต์ หรือแท็กซี่ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี คอยสอดส่องดูแลให้ความช่วยเหลือกับนักท่องเที่ยว ซึ่งข้อมูลนี้ต้องมีการจัดเก็บที่ถูกต้อง ไม่ละเมิดสิทธิของนักท่องเที่ยว ซึ่งนี่จะเป็นอีกเครื่องมือป้องปรามอาชญากรรม รวมถึงสามารถติดตามจับกุมผู้ร้ายได้กรณีก่อเหตุ

วีระศักดิ์ แนะนำว่า ในการพัฒนาบุคลากรด้านท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการ รองรับโจทย์ท่องเที่ยวในอนาคต อาจก่อตั้งองค์การมหาชนด้านท่องเที่ยว เพื่อวางแผนงาน วางคลัสเตอร์การท่องเที่ยวไทยให้เห็นภาพชัดเจน เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีรูปแบบจูงใจให้เกิดการพัฒนาของนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ

เห็นได้ว่าการแข่งขันที่ทวีความรุนแรง ท่ามกลางนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว งบประมาณ การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานการเดินทางของชาติสมาชิกอาเซียนที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ภาครัฐของไทยจะต้องเร่งจัดทัพให้แข็งแกร่งและเป็นที่ปรึกษาให้กับภาคเอกชนได้อย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์