posttoday
จีน-ญี่ปุ่นเปิดศึกชิงสร้างรถไฟ

จีน-ญี่ปุ่นเปิดศึกชิงสร้างรถไฟ

14 ธันวาคม 2558

ญี่ปุ่นชนะโครงการสร้างรถไฟในฟิลิปปินส์-อินเดีย ด้านจีนครองอินโดนีเซีย

ญี่ปุ่นชนะโครงการสร้างรถไฟในฟิลิปปินส์-อินเดีย ด้านจีนครองอินโดนีเซีย

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ของอินเดีย บรรลุความตกลงร่วมกับนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ต่อโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูง ในขณะที่จีนต้องผิดหวังจากการประมูลโครงการดังกล่าว สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับอินเดียและการแผ่ขยายอิทธิพลของจีน ยิ่งเป็นแรงผลักให้ญี่ปุ่นและอินเดียใกล้ชิดกันมากขึ้น

ผู้นำอินเดีย ระบุว่า โครงการดังกล่าวจะสร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบรถไฟของอินเดียอย่างมาก และนำพาประเทศไปสู่อนาคต

โครงการสร้างรถไฟความเร็วสูงมีมูลค่า 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.4 แสนล้านบาท) โดยญี่ปุ่นจะสนับสนุนเงินลงทุน 1.2 หมื่น ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.3 แสนล้านบาท)  มีระยะทาง 505 กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่างเมืองมุมไบ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งขุมทรัพย์ทางการเงินของอินเดียกับเมืองอาห์เมดาบัด เมืองหลวงของระบบเศรษฐกิจและศูนย์กลางภาคอุตสาหกรรม

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์เพิ่งเห็นชอบความตกลงพัฒนาทางรถไฟระยะทาง 38 กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่างกรุงมะนิลาและเมืองบูลาคัน มูลค่า 1,950 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7 หมื่นล้านบาท) โดยโครงการดังกล่าวจีนก็ได้เข้าร่วมประมูลด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ชัยชนะของญี่ปุ่นที่บรรลุความตกลงโครงการรถไฟความเร็วสูง ทั้งในฟิลิปปินส์และอินเดียเกิดขึ้นหลังพ่ายโครงการสร้างทางรถไฟความเร็วสูงสายแรกในอินโดนีเซียให้กับจีน

เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา จีนและอินโดนีเซียลงนามในสัญญาสร้างทางรถไฟความเร็วสูงมูลค่า 5,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.98 ล้านบาท) ระยะทาง 160 กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่างกรุงจาการ์ตากับเมืองบันดุง ถือเป็นความสำเร็จที่ตัดหน้าญี่ปุ่น โดยก่อนการลงนาม หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าญี่ปุ่นจะเป็นผู้คว้าโครงการดังกล่าวไป

นอกจากศึกชิงโครงการสร้างทางรถไฟความเร็วสูงระหว่างจีนและญี่ปุ่นแล้ว ธนาคารเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเอเชีย (เอไอไอบี) ของทางการจีน เสนองบสนับสนุนมูลค่า 560 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2 หมื่นล้านบาท) ให้แก่ประเทศด้อยพัฒนาในอาเซียนภายในปี 2016 และจะปล่อยเงินกู้สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.6 แสนล้านบาท)

ขณะที่ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ร่วมมือกับญี่ปุ่นสนับสนุนเงินทุนมูลค่า 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.7 แสนล้านบาท) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเอเชีย และจะผ่อนคลายข้อจำกัดในการกู้ยืมเงินเยนแก่ประเทศอาเซียนที่ต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้วย

ภาพ...เอเอฟพี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท