
กูรูมองบอนด์ไทยแกร่ง ยืนหยัดเฟดขึ้นดอกเบี้ย
บอนด์ไทยแกร่งไม่หวั่นต่างชาติเทขาย หลังแรงซื้อในบ้านสูง-ผลตอบแทนดี
บอนด์ไทยแกร่งไม่หวั่นต่างชาติเทขาย หลังแรงซื้อในบ้านสูง-ผลตอบแทนดี
อเบอร์ดีน แอสเซท เมเนจเมนท์ และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี เปิดเผยว่า พันธบัตรไทยสามารถรับภาวะเงินทุนไหลออกหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ เนื่องจากไทยมีปริมาณเงินทุนสำรองเพียงพอที่ 1.57 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.6 ล้านล้านบาท)
นอกจากนี้ ต่างชาติยังถือพันธบัตรไทยน้อย ในขณะที่ตลาดพันธบัตรไทยเป็นตลาดขนาดใหญ่และเป็นที่ต้องการจากกองทุนต่างๆ ภายในประเทศ ซึ่งสามารถทดแทนการเทขายของต่างชาติหลังเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ประกอบกับพันธบัตรไทยยังมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดีกว่าจากราคาน้ำมันตกต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยลบสำหรับคู่แข่งในภูมิภาคอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียที่เป็นประเทศส่งออกพลังงาน
ดัชนีผลตอบแทนตราสารหนี้ของบลูมเบิร์ก ระบุว่า ผลตอบแทนในรูปแบบสกุลเงินบาทของพันธบัตรไทยให้ผลตอบแทนดีที่สุดจาก 5 เศรษฐกิจขนาดใหญ่ของภูมิภาค โดยเฉลี่ยปรับขึ้น 3% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มากกว่ารูปแบบริงกิตของมาเลเซียที่ 0.5% ถึง 5 เท่า และยังมากกว่าอินโดนีเซียที่ให้ผลตอบแทน 0.2% ในขณะที่ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ให้ผลตอบแทนติดลบ







