
พม่าเตรียมถกชนกลุ่มน้อย แนวทางสันติภาพหลังเลือกตั้ง
การเมืองเมียนมากำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากพรรคเอ็นแอลดี นำโดย อองซานซูจี ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไป
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
การเมืองเมียนมากำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากพรรคเอ็นแอลดี นำโดย อองซานซูจี ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งครองเสียงข้างมาก มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล แม้ อองซานซูจี จะประกาศพร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจเสรีนิยม ซึ่งทำให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มมั่นใจ
อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจดังกล่าวก็เป็นผลดีเฉพาะพื้นที่ซึ่งอยู่ในเขตใจกลางประเทศ หรือเมืองสำคัญที่รัฐบาลเมียนมากำหนดให้เป็นพื้นที่ลงทุนขนาดใหญ่ เช่น ย่างกุ้ง ติละวา รวมทั้งทวาย แต่สำหรับพื้นที่ชายแดนโดยเฉพาะด้านที่ติดต่อกับประเทศไทย สถานการณ์นั้นยังไม่แน่ชัด ด้วยความขัดแย้งระหว่างชาติพันธ์ุเมียนมาและกลุ่มอื่นๆ อาทิ กะเหรี่ยง คะเรนนี ไทยใหญ่ และมอญยังไม่คลี่คลายจนทำให้วางใจได้
ล่าสุด เพียงสัปดาห์เดียวหลังชัยชนะของพรรคเอ็นแอลดี ก็มีข่าวการสู้รบระหว่างกำลังทหารรัฐบาลเมียนมา กับกองกำลังกลุ่มไทยใหญ่ในพื้นที่รัฐฉาน
แม้ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี เต็งเส่ง จะปูทางเพื่อสันติภาพโดยการเชิญกองกำลังกลุ่มชาติพันธ์ุทุกกลุ่มร่วมลงนามหยุดยิงและเดินหน้ากระบวนการเจรจาสันติภาพ แต่ท่าทีของกองทัพดูเหมือนจะสวนทางกับรัฐบาล ซึ่งทำให้น่าวิตกว่าหากพรรคเอ็นแอลดีซึ่งมีท่าทีตรงข้ามกับกองทัพเมียนมามาโดยตลอดนั้น ขึ้นมาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ผู้นำพลเรือนจากการเลือกตั้งของเมียนมาจะบังคับบัญชากองทัพและดำเนินนโยบายเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยได้อย่างเสรีหรือไม่
สำหรับท่าทีของกลุ่มสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือเคเอ็นยู (KNU) ซึ่งถือว่ามีบทบาทและกองกำลังอันเข้มแข็ง ล่าสุด ได้จัดประชุมขึ้นในฐานที่มั่นตรงข้าม อ.ท่าสองยาง จ.ตาก คณะกรรมการบริหารทั้งฝ่ายทหารที่ควบคุมกองกำลัง ฝ่ายปกครองและฝ่ายพลเรือนได้มีการประชุมใหญ่เพื่อหาข้อสรุปในการส่งตัวแทนเดินทางไปเจรจากับรัฐบาลเมียนมา
ผลการประชุมของเคเอ็นยู มีมติส่งตัวแทน 6 คน ประกอบด้วย 1.นายกวยทูเว รองเลขาธิการเคเอ็นยู 2.นายมามา รองเลขาธิการเคเอ็นยู 3.พล.ต.ไอแซด หัวหน้าฝ่ายกำลังบำรุงเคเอ็นยู 4.ต่าโด้มู คณะกรรมการ CEC 5.นายมานเยหม่อง คณะกรรมการ CEC และ 6.พ.ต.ตามาลาซอ คณะกรรมการ SC กองกำลังเคเอ็นยู ได้เดินทางไปประชุมตามคำเชิญของรัฐบาลเมียนมา ซึ่งเป็นการนัดหมายด่วนหลังผลการเลือกตั้งที่พรรคเอ็นแอลดีได้รับชัยชนะ
ซึ่งน่าจับตาว่าการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ในยุคหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร การเชื่อมโยงระบบคมนาคมจนส่งผลถึงการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษของทั้งสองประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อิทธิพลของชนกลุ่มน้อยจะราบรื่นหรือไม่







