posttoday
อินเดียยกเครื่องลงทุน ระดมดึงเอฟดีไอ

อินเดียยกเครื่องลงทุน ระดมดึงเอฟดีไอ

20 พฤศจิกายน 2558

ตั้งแต่รับตำแหน่งผู้นำประเทศเมื่อปี 2557 นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดีย

โดย...ทีมข่าวประชาคมอาเซียน โพสต์ทูเดย์

ตั้งแต่รับตำแหน่งผู้นำประเทศเมื่อปี 2557 นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดีย ได้เดินหน้าภารกิจสำคัญเชิญชวนให้นักลงทุนจากนานาชาติเลือก “อินเดีย” เป็นเป้าหมายในการลงทุนขยายธุรกิจ โดยได้พยายามปฏิรูปด้านกฎระเบียบต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด ในเดือน พ.ย.นี้ รัฐบาลอินเดียได้เปิดเกมรุกรอบใหม่ ด้วยการยกเครื่องกฎเกณฑ์การลงทุนจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ขนานใหญ่ ซึ่งถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญ เพราะเกิดขึ้นในภาวะที่บริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่จำนวนมากกำลังมองหาเป้าหมายการลงทุนใหม่ๆ นอกเหนือจาก “จีน” ที่ตอนนี้มีต้นทุนการทำธุรกิจและความเสี่ยงหลายอย่างเพิ่มขึ้น

รัฐบาลอินเดียได้ระบุในแถลงการณ์ว่า การปฏิรูปการลงทุนรอบนี้เป็นการผ่อนคลายขั้นตอนการลงทุนของต่างชาติในอินเดีย และจะทำให้การลงทุนเอฟดีไอผ่านช่องทางอัตโนมัติมากขึ้น แทนช่องทางราชการทั่วไปซึ่งเคยทำให้บรรดานักลงทุนต้องเสียทั้งกำลังและเวลากว่าที่จะดำเนินการต่างๆ ได้ตลอดรอดฝั่ง

การปฏิรูปครั้งนี้ได้เปิดช่องทางให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในกลุ่มที่มีความสำคัญต่อประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น เช่น ภาคธนาคาร ก่อสร้าง และอาวุธยุทโธปกรณ์ อีกทั้งยังปลดล็อกเพดานการถือหุ้นของต่างชาติในหลายธุรกิจ เช่น สถานีโทรทัศน์และการบิน

รัฐบาลอินเดีย ระบุว่า การเปิดเสรีภาคการก่อสร้างมากขึ้นจะกลายเป็นโอกาสใหญ่สำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการเข้าไปเจาะตลาดที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต และกำลังมีแผนจะสร้างบ้านสำหรับคนจนอีกประมาณ 50 ล้านยูนิต

เช่นเดียวกับภาคการผลิตที่รัฐบาลอินเดียไฟเขียวให้ผู้ผลิตสินค้าในอินเดียสามารถทำธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง และอี-คอมเมิร์ซ เพื่อกระจายสินค้าของตัวเองสู่ตลาดท้องถิ่นได้ด้วย ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมการผลิตหันมาผลิตสินค้าในอินเดีย แทนที่จะต้องนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งการเดินแผนนี้สอดคล้องกับนโยบาย “Make in India” ที่นเรนทราพยายามโปรโมทมาตลอด

ขณะที่การผ่อนคลายเงื่อนไขด้านการจัดหาสินค้าในประเทศสำหรับบริษัทค้าปลีกแบรนด์เดียว ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าจะช่วยให้บริษัทต่างชาติ อย่างเช่น “อิเกีย” ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์จากสวีเดน สามารถเข้ามาปักธงธุรกิจในแดนภารตได้สะดวกขึ้น หลังจากยักษ์ใหญ่รายนี้มีแผนมาขยายธุรกิจที่นี่ แต่ยังไม่ได้มีความคืบหน้าอะไรมากนัก

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของนเรนทรายังไม่ยอมแตะในส่วนของการลงทุนต่างชาติในธุรกิจค้าปลีกหลายแบรนด์ ซึ่งหากปลดล็อกเรื่องนี้ได้ ก็จะเท่ากับเป็นการเปิดขุมทองให้กับซูเปอร์มาร์เก็ตระดับโลกให้พาเหรดกันเข้าไปคว้าประโยชน์จากตลาดใหญ่แห่งนี้ได้

โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลพรรคคองเกรสได้ปรับเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในธุรกิจค้าปลีกรูปแบบนี้เป็น 51% แต่ถูกฝ่ายพรรคบีเจพีของนเรนทราคัดค้านอย่างหนัก ด้วยเหตุผลที่ว่าหากปล่อยให้ค้าปลีกต่างชาติเข้ามาขยายกิจการอย่างเสรี จะส่งผลเสียมหาศาลต่อภาคค้าปลีกอินเดียที่ถือว่ามีความอ่อนไหวมากและตอนนี้มีร้านค้าขายของชำท้องถิ่นเป็นเจ้าตลาดนี้อยู่

การปฏิรูปครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับภาคการเกษตร ซึ่งจะอนุญาตให้ต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ 100% ในกิจการเพาะปลูกปาล์มน้ำมัน มะกอกน้ำมัน ยางพารา กาแฟ กระวาน จากเดิมที่เปิดให้ต่างชาติลงทุนทำไร่ชาได้อย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นการผลักดันให้อินเดียกลายเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรสำคัญเพิ่มขึ้นอีกหลายชนิดในอนาคต

สำหรับโอกาสของธุรกิจไทยในอินเดีย ชลิต มานิตยกุล เอกอัครราชทูตไทย ประจำอินเดีย ชี้ว่า อินเดียเป็นประเทศที่มีศักยภาพที่ผู้ประกอบการไทยจะเข้าไปทำการค้าการลงทุน แต่ยังมีนักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนในอินเดียค่อนข้างน้อย หรือเป็นนักลงทุนต่างชาติใหญ่อันดับที่ 35 ของอินเดีย โดยช่วง 15 ที่ผ่านมาการลงทุนสะสมของไทยในอินเดียอยู่ที่ 6,500 ล้านบาท มีนักลงทุนรายหลักๆ เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ ธนาคารกรุงไทย พฤษา เรียลเอสเตท เดลต้า และเครือซิเมนต์ไทย เป็นต้น

ขณะที่เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ทางอินเดียได้จัดโรดโชว์มาชักชวนนักลงทุนไทยให้เข้าไปลงทุนในอินเดียมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัล ยา รถยนต์ และวิศวกรรม

ด้านการค้าในปี 2557 มูลค่าระหว่างสองประเทศอยู่ที่ 8,600 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ

ข่าวล่าสุด

ปภ.โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมอีกรอบวันนี้ 1.5 แสนราย หลังจ่ายแล้ว 1.28 พันล้านบาท

ปภ.โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมอีกรอบวันนี้ 1.5 แสนราย หลังจ่ายแล้ว 1.28 พันล้านบาท