
เอเปกสานต่อต้านก่อการร้าย
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
บรรดาผู้นำจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศ (จี20) มีมติยกระดับความร่วมมือเพื่อทำสงครามต่อต้านการก่อการร้ายที่แพร่กระจายไปทั่วโลก และเห็นชอบให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากเหตุก่อการร้ายใจกลางกรุงปารีส ส่งผลให้ประเด็นต่อต้านการก่อการร้ายถือเป็นประเด็นใหญ่สำหรับปัจจุบัน
ประเด็นดังกล่าวลากยาวมาถึงการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ในวันที่ 18-19 พ.ย.นี้ ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ และลากไปถึงการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และเอเชียตะวันออก ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย วันที่ 20-22 พ.ย.นี้
ทั้งนี้ หลังจากเหตุการณ์ก่อการร้ายในกรุงปารีส ก็มีการยกระดับความปลอดภัยในการประชุม จี20 การประชุมเอเปกและการประชุม
สุดยอดผู้นำอาเซียนมากขึ้นกว่าเดิม
โรฮาน กุนารัตนา ผู้อำนวยการศูนย์กลางระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยความรุนแรงทางการเมืองและการก่อการร้าย แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางในสิงคโปร์ ระบุว่า รัฐบาลอาเซียนควรให้ความสำคัญกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปารีสและควรตระหนักถึงภัยก่อการร้ายที่ขยายวงกว้างมาสู่ภูมิภาค
“อาเซียนต้องแสดงบทบาทมากขึ้นในการต่อสู้กับภัยก่อการร้าย” โรฮาน กล่าว
จากข้อมูลของศูนย์วิจัยพิวในสหรัฐ พบว่า ช่วงปีที่ผ่านมาการก่อการร้ายในอาเซียนมีจำนวนลดลง แต่ยังมีความกังวลต่อบทบาทของกลุ่มก่อการร้ายในภูมิภาคอย่าง อาบูไซยาฟ และจามาห์ อิสลามิยาห์ (เจไอ) รวมถึงกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ก่อเหตุในชายแดนภาคใต้ของไทย
นอกจากนี้ ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ ยังยืนยันว่า จะมีการหยิบยกประเด็นข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ขึ้นมาหารืออย่างแน่นอน พร้อมให้คำมั่นว่าจะรักษาปลอดภัยให้กับฟิลิปปินส์และรักษาความมั่นคงเหนือน่านน้ำดังกล่าว ในขณะที่ ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน และฟิลิปปินส์ยืนยันว่า จะไม่มีการหารือในประเด็นทะเลจีนใต้เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการประชุม
หลังจากนั้น ผู้นำสหรัฐได้เยี่ยมชมเรือบีอาร์พี เกรโกริโอ เดล ปิลาร์ เรือฟริเกตที่สหรัฐมอบให้กับกองทัพเรือฟิลิปปินส์ การเยี่ยมชมเรือลำดังกล่าวสะท้อนถึงความรับผิดชอบร่วมกันของสหรัฐต่อความมั่นคงเหนือน่านน้ำในภูมิภาคและเสรีภาพในการเดินเรืออย่างเสรี
ทั้งนี้ การประชุมเอเปกจะมีการหารือในประเด็นการบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาค การส่งเสริมวิสาหกิจให้มีส่วนร่วมในตลาดภูมิภาคและตลาดสากล และการพัฒนามนุษย์ แต่มีการคาดการณ์ว่าประเด็นความมั่นคงจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นหลัก
‘ฝรั่งเศสเข้าสู่สงคราม’
ประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส ประกาศสงครามกับกลุ่มไอเอสและให้คำมั่นว่าจะกำจัดกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าวอย่างไร้ความปรานี โดยจะมีการแก้ไขกฎหมายความมั่นคงและเพิ่มงบประมาณด้านการรักษาความปลอดภัยสาธารณะ
ทั้งนี้ ผู้นำฝรั่งเศสคาดว่าจะขยายสภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศออกอีก 3 เดือน และจะขอความเห็นชอบจากสภาให้ออกกฎหมายฉบับใหม่ ที่มอบอำนาจแก่รัฐในการเพิกถอนสถานะพลเรือนของผู้ก่อการร้ายที่ถือสัญชาติฝรั่งเศส รวมถึงเนรเทศผู้ต้องสงสัยออกนอกประเทศง่ายขึ้น และยืนยันว่าจะไม่ลดงบประมาณกลาโหมไปถึงปี 2019
แบร์นาด ก๊าซเนิฟ รัฐมนตรีมหาดไทยของฝรั่งเศส กล่าวว่า ทางการปารีสเรียกระดมกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวน 1.15 แสนคน กระจายกำลังพลทั่วประเทศเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับพลเมืองฝรั่งเศส
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี มานูเอล วอลซ์ ของฝรั่งเศส กล่าวว่า ผู้นำประเทศมีกำหนดการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันและมอสโกสัปดาห์หน้า เพื่อหารือถึงความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้าย
ด้าน จอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ ระบุสหรัฐยินดีให้ความร่วมมือกับฝรั่งเศสในการจัดการกลุ่มไอเอส พร้อมยืนเคียงบ่าเคียงไหล่จนกว่าจะผ่านพ้นเหตุการณ์ดังกล่าว
“สหรัฐกับฝรั่งเศสไม่ได้เป็นเพียงแค่มิตรประเทศเท่านั้น แต่เราถือเป็นครอบครัวเดียวกัน”
นายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ เตรียมผลักดันให้รัฐสภาแห่งอังกฤษอนุมัติเพิ่มบทบาททางการทหารเพื่อโจมตีกลุ่มไอเอสทั้งในอิรักและซีเรีย
ปูตินถล่มไอเอสชำระแค้น
กองทัพอากาศรัสเซียก็เปิดฉากถล่มฐานที่มั่นของกลุ่มไอเอสที่เมืองรักกา ทางตอนเหนือของซีเรีย ด้วยระเบิดจำนวนหลายลูก พร้อมยิงขีปนาวุธจากเรือรบที่ประจำการอยู่กลางมหาสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน หลังการลั่นประกาศิตของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่ระบุจะชำระแค้นกลุ่มไอเอสในซีเรียเพียงไม่กี่ชั่วโมง
ก่อนหน้านี้ ผู้นำรัสเซียได้ออกมายืนยันว่า สาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตกนั้น มาจากการวางระเบิดและเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้าย พร้อมกับประกาศยกระดับการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มไอเอสและกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ ในซีเรียเพิ่ม
เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา เครื่องบินสายการบินเมโทรเจทของรัสเซีย เที่ยวบินเคจีแอล 9268 ตกที่เมืองไซนายทางตะวันออกของอียิปต์ หลังออกตัวได้เพียง 20 นาที เป็นเหตุให้ผู้โดยสารและลูกเรือจำนวน 224 คน เสียชีวิตยกลำ
“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัสเซียต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มก่อการร้าย น้ำตาและความเสียใจไม่สามารถขัดขวางเราจากการล่าตัวและลงโทษผู้ก่อเหตุได้” ผู้นำรัสเซีย กล่าว







