
‘จีน’เตือนการค้าปีนี้เจ็บหนัก
จีนส่งสัญญาณการค้าปีนี้ทรุดหนัก เศรษฐกิจโลก-สินค้าโภคภัณฑ์ฉุดส่งออกร่วง
จีนส่งสัญญาณการค้าปีนี้ทรุดหนัก เศรษฐกิจโลก-สินค้าโภคภัณฑ์ฉุดส่งออกร่วง
รอยเตอร์สรายงานอ้างแถลงการณ์จากกระทรวงพาณิชย์จีน ว่า สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศของจีนในปี 2015 นี้ ว่า จะย่ำแย่ลงยิ่งกว่าในปี 2014 ที่ผ่านมา โดยการค้าระหว่างประเทศจะยิ่งเผชิญแรงกดดันในเชิงลบมากขึ้น ซึ่งนับเป็นการส่งสัญญาณลบครั้งล่าสุดจากเขตเศรษฐกิจใหญ่สุดอันดับ 2 ของโลก และยังเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของภูมิภาคอาเซียน
แถลงการณ์จากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า กำลังซื้อที่อ่อนแรงลงทั้งจากต่างประเทศและภายในจีนเอง รวมไปถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังตกต่ำลง จะยังคงเป็นปัจจัยลบสำคัญต่อการส่งออกจีนในปีนี้ รวมถึงการนำเข้าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีด้วย ขณะที่ก่อนหน้านี้จีนคาดการณ์ตัวเลขการส่งออกปีนี้ว่าจะเติบโตได้ 6%
สำหรับในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ การค้าระหว่างประเทศของจีนขยายตัวลดลง 8.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยภาคการส่งออกลดลง 1.9% ขณะที่การนำเข้าลดลงถึง 15.3%
ขณะที่สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานอ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน ระหว่างการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศ (จี20) ที่ตุรกี ก่อนหน้านี้ว่าโลกจำเป็นต้องหาแหล่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ๆ
ด้าน ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานอ้างสถาบันด้านอุปสงค์และคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด หน่วยงานคลังสมองสัญชาติสหรัฐ ซึ่งเปิดเผยรายงานว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตช้ากว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และบรรดาบรรษัทต่างชาติจะเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด หลังจากที่เชื่อว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวได้อย่างรวดเร็วจากการเติบโตของชนชั้นกลางในประเทศและหันมาทุ่มการลงทุนมากเกินไป
รายงานดังกล่าวคาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจของจีนจะสามารถเติบโตจริงได้เพียงแค่ 3.7% เท่านั้นในปีนี้และปีถัดไป ซึ่งแตกต่างจากอัตราการเติบโตที่ทางการจีนตั้งเป้าหมายไว้ที่ประมาณ 7% ภายในปีนี้ อย่างไรก็ดีมีการคาดการณ์ว่าตลาดสินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภคในจีนจะเติบโตได้ดีในอนาคต
ทั้งนี้ รายงานคาดการณ์ว่า การบริโภคภายในประเทศจะเติบโตได้ 5.2% ในแต่ละปี ภายในช่วง 10 ปีต่อจากนี้ขยายจาก 3.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 130 ล้านล้านบาท) เป็น 6.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 225 ล้านล้านบาท) ในปี 2025
ขณะที่การบริโภคเฉลี่ยต่อหัวจะเพิ่มจาก 2,669 เหรียญสหรัฐ (ราว 9.5 หมื่นบาท) ขึ้นไปที่ 4,400 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.5 แสนบาท) แต่ก็ยังต่ำกว่าการบริโภคเฉลี่ยต่อหัวของสหรัฐในปัจจุบันที่มีมากถึง 3.2 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 1.1 ล้านบาท)
อย่างไรก็ดี บรรดาบริษัทต่างชาติควรปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนในจีน โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ ซึ่งมีธรรมเนียมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน โดยคาดการณ์ว่าในปี 2015 ยอดขายของบรรดาบริษัทต่างชาติในจีนจะลดลงจากปีก่อนหน้า 1% เทียบกับบริษัทท้องถิ่นที่เติบโตขึ้น 5%







