posttoday
กต.แนะนักธุรกิจไทยเตรียมพร้อมพม่าเปิดประเทศ

กต.แนะนักธุรกิจไทยเตรียมพร้อมพม่าเปิดประเทศ

16 พฤศจิกายน 2558

เอกอัครราชทูต ประจำกรุงย่างกุ้งแนะนักธุรกิจไทยเตรียมพร้อมรับเมียนมาเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ชี้วันนี้เมียนมาไม่ใช่ตัวเลือกแต่เป็น "ผู้เลือก"

เอกอัครราชทูต ประจำกรุงย่างกุ้งแนะนักธุรกิจไทยเตรียมพร้อมรับเมียนมาเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ชี้วันนี้เมียนมาไม่ใช่ตัวเลือกแต่เป็น "ผู้เลือก"

นายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูต ประจำกรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กล่าวถึงความพร้อมของไทยต่อการเข้าไปลงทุนในเมียนมาหลังการจัดตั้งรัฐบาล ว่า แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้น แต่เชื่อว่าความต่อเนื่องทางนโยบายยังคงมีอยู่ เพราะภาคส่วนต่างๆของเมียนมา มีความเห็นตรงกันในการปฏิรูปประเทศ ที่จะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญ และยกฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น

ส่วนเขตเศรษฐกิจพิเศษของเมียนมาจะทำให้นักลงทุนไทยมีโอกาสเพิ่มมากขึ้น โดยควรนำความได้เปรียบเรื่องพื้นที่ที่ติดกันและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันต่อยอดธุรกิจ และหากการเปลี่ยนผ่านของเมียนมาเรียบร้อย มาตรการคว่ำบาทต่างๆจะถูกยกเลิกทั้งหมด จึงถือเป็นการเปิดประตูให้เมียนมาร์เข้าสู่เศรษฐกิจของโลกอย่างเต็มรูปแบบ และภาคการลงทุนต่างๆก็จะทยอยเข้ามา

“ภาคธุรกิจไทยจึงต้องเตรียมความพร้อมให้มากขึ้น และต้องทำให้เมียนมาเลือกประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจให้ได้มากที่สุด เพราะวันนี้ เมียนมาไม่ใช่ตัวเลือกของใครอีกต่อไปแล้ว”นายพิษณุ กล่าว

อย่างไรก็ดี การเปิดประเทศของเมียนมาจะทำให้กลุ่มอียูเข้ามาลงทุนมากขึ้นและบทบาทของไทยจะน้อยลง ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะการเข้ามาของประเทศที่อยู่ห่างไกลกับประเทศที่พื้นที่ติดกันอย่างไทย มิติของการเข้าถึงมีความแตกต่างกันมาก ซึ่งการเข้าถึงของไทยได้เปรียบมากกว่า และที่สำคัญที่สุดสถานภาพทางการเมืองของเมียนมาเปลี่ยนไปแล้ว

“วันนี้เมียนมาไม่ใช่ตัวเลือกของใครอีกต่อไป แต่เขาเป็นคนเลือก ดังนั้น อยู่ที่ว่าเขาจะเลือกใครด้วยเหตุผลใด ซึ่งประเทศไทยต้องรับทราบข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนไปนี้ก่อน และเตรียมความพร้อม ซึ่งแต้มต่อของเราก็คือชัยภูมิที่ติดกันและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เราจะต้องใช้ประโยชน์จากแต้มต่อที่มีอยู่ และคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศเขาเลือกประเทศเรา และเรายังมีผลประโยชน์ที่ทำร่วมกันหลายด้าน ทำให้ผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้น จนไม่สามารถแยกออกจากกันได้ จึงจำเป็นที่ทั้งสองประเทศต้องช่วยกันประคับประคองให้ผลประโยชน์ที่มีร่วมกันเจริญงอกงามยิ่งขึ้นไป”นายพิษณุ กล่าว

ทั้งนี้ หากแรงงานเมียนมากลับประเทศมากขึ้นจะมีผลกับภาคอุตสาหกรรมของไทยหรือไม่นั้น ซึ่งตัวชี้วัดไม่ได้อยู่ที่การเมืองภายในประเทศ แต่มองว่าอยู่ที่คุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงานมากกว่า ที่แรงงานต้องพิจารณาเองว่าระหว่างการอยู่ที่ประเทศไทยกับเมียนมาที่ไหนดีกว่ากัน ซึ่งเชื่อว่าแรงงานจะเลือกประเทศที่ทำให้ความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจดีที่สุดมากกว่า เพราะวันนี้แรงงานสามารถเดินทางกลับประเทศได้อย่างง่ายดาย แต่ที่ไม่กลับเป็นเพราะมีความพอใจกับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ที่เท่ากับแรงงานไทย ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำของเมียนมา อยู่ที่ ประมาณ 3 เหรียญดอลล่าสหรัฐฯ ต่อวันเท่านั้น

ภาพ...เอเอฟพี

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง