posttoday
ยักษ์พลังงานเมียนมา

ยักษ์พลังงานเมียนมา

16 พฤศจิกายน 2558

พลังงานคือหนึ่งในขุมทองแห่งโอกาสในเมียนมาที่บรรดานักลงทุนต่างชาติต้องการไขว่คว้ามาครอบครอง

โดย...สมหทัย โมสิกะ

พลังงานคือหนึ่งในขุมทองแห่งโอกาสในเมียนมาที่บรรดานักลงทุนต่างชาติต้องการไขว่คว้ามาครอบครอง ซึ่งหากพูดถึงวงการพลังงานของดาวรุ่งแห่งอาเซียนแห่งนี้ จำเป็นต้องรู้จัก ไมเคิล โม มยินต์ เจ้าของเมียนมา ปิโตรเลียม รีซอร์สเซส (เอ็มพีอาร์แอล) และ มยินต์ แอนด์ เอสโซซิเอทส์ ซึ่งติดอยู่ในกลุ่มบริษัทท็อปเทนที่ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรม น้ำมันและพลังงาน ผู้ให้บริการคำปรึกษาและเป็นพันธมิตรธุรกิจของบริษัทต่างชาติที่ต้องการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันในเมียนมา

ก่อนกลายเป็นคนสำคัญของวงการพลังงานในวันนี้ โม มยินต์ เคยเป็นนักบินของเมียนมา แอร์เวย์ส และนักบินส่วนตัวของเนวิน อดีตผู้นำเผด็จการของเมียนมา ซึ่งเขาเล่ากับสื่อต่างชาติว่า ตัวเองแทบจะไม่เคยพูดกับเนวิน และรู้สึกลำบากใจมากขึ้นเรื่อยๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นในเมียนมายุคนั้น ดังนั้นเมื่อพ่อแม่ของเขาเสียชีวิตในปี 2530 เขาจึงตัดสินใจลาออกจากงานและทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนไปต่างประเทศ ซึ่งช่วงนั้นเอง เขาได้เรียนรู้แวดวงพลังงานจากเครือข่ายของพ่อของเขา ซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาของโรยัล ดัทช์ เชลล์

หลังจากทำงานในแคลิฟอร์เนียระยะหนึ่ง โม มยินต์ กลับคืนสู่มาตุภูมิ และตั้งบริษัท มยินต์ แอนด์ เอสโซซิเอทส์ เมื่อปี 2532 ซึ่งเป็นบริษัทท้องถิ่นรายแรกที่อำนวยความสะดวกต่างๆ ตั้งแต่จัดหาอาหารไปจนถึงสนับสนุนการขุดเจาะให้กับบริษัทต่างชาติที่ลงทุนด้านอุตสาหกรรมพลังงานในเมียนมา โดยลูกค้าบริษัทมีทั้งโททาลของฝรั่งเศส ปิโตรนาสของมาเลเซีย และ ปตท.สผ. ของไทย

ต่อมาเมื่อปี 2539 เขาได้ตั้ง เอ็มพีอาร์แอล ซึ่งจดทะเบียนบริษัทในหมู่เกาะบริติซ เวอร์จิ้น และได้ร่วมมือกับเบเคอร์ ฮิวช์ส บริษัทอเมริกัน และเมียนมา ออยล์ แอนด์ แก๊ส เอ็นเตอร์ไพรส์ ในปีเดียวกันเพื่อสำรวจและขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในแหล่งมานน์ ในเขตมาเกว แต่เบเคอร์ฯ ต้องถอนตัวออกจากเมียนมาเมื่อปี 2542 หลังสหรัฐคว่ำบาตรเมียนมา และได้ขายหุ้นที่ถือโครงการดังกล่าวให้กับเอ็มพีอาร์แอล ซึ่งได้เดินหน้าผลิตน้ำมันจากแหล่งดังกล่าวต่อไป จนตอนนี้เรียกได้ว่า เอ็มพีอาร์แอล คือหนึ่งในมืออาชีพด้านพลังงานในประเทศ สามารถแข่งขันกับบริษัทต่างชาติที่มีประสบการณ์มากกว่าได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุในบทความเมื่อไม่กี่ปีก่อนว่า ปัจจุบัน โม มยินต์ มีสายสัมพันธ์อันดีกับอองซานซูจี เขาเคยจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำสไตล์ญี่ปุ่นให้กับซูจีและแขกอีก 250 คน เมื่อปี 2555 และผู้นำพรรคเอ็นแอลดีคนนี้ยังเคยร่วมรับประทานอาหารค่ำในคืนคริสต์มาสกับครอบครัวโม มยินต์ เช่นกัน อีกทั้งยังกระตุ้นให้ลูกชายของเขาที่เป็นวิศวกรของเชฟรอนกลับมาเมียนมา เพื่อช่วยประเทศไปด้วยกัน

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล