
โอบามาชมเลือกตั้งเมียนมา
ผู้นำสหรัฐยกเต็งเส่ง "ผู้นำนักปฏิรูป" ด้านผู้นำทหารยอมรับผลเลือกตั้ง-ยินดีหารือ
ผู้นำสหรัฐยกเต็งเส่ง "ผู้นำนักปฏิรูป" ด้านผู้นำทหารยอมรับผลเลือกตั้ง-ยินดีหารือ
เยทุต รมว.สารสนเทศของ เมียนมา เปิดเผยว่า ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ กล่าวแสดงความชื่นชมต่อรัฐบาล เมียนมา ที่นำโดยประธานาธิบดี เต็งเส่ง และ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ของเมียนมา ที่จัดการเลือกตั้งได้เสรีและยุติธรรมที่สุดในรอบ 25 ปี รวมถึงแสดงความยินดีต่อพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ที่มีแนวโน้มจะชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผู้นำสหรัฐผลักดันให้เกิดการปฏิรูปทางการเมืองในเมียนมา เพื่อนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงและยังได้สนับสนุนอองซานซูจีมาโดยตลอด นอกจากนี้ ยังกล่าวยกย่องผู้นำของเมียนมาในฐานะ "ผู้นำนักปฏิรูป" ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันจากกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐถึงกรณีดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 11 พ.ย. อองซานซูจี เลขาธิการพรรคเอ็นแอลดี เรียกร้องให้มีการหารือร่วมกับผู้นำเมียนมาและมินอ่องหล่าย เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองอย่างสันติและก่อให้เกิดความปรองดอง ซึ่งการหารือจะจัดขึ้นในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ โดย ฉ่วยมาน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า จะเข้าร่วมการหารือดังกล่าวด้วย
ล่าสุด ประธานาธิบดี เต็งเส่ง และ ผบ.สส. ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความยินดีต่ออองซานซูจีที่ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ พร้อมระบุด้วยว่า ยอมรับผลการเลือกตั้งที่ออกมา ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนและยินดีที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลที่นำโดยอองซานซูจี
"ผู้นำทหารสูงสุด ระบุว่า เขายอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นจากความต้องการของประชาชนชาวเมียนมาและพร้อมบริหารประเทศร่วมกับรัฐบาลชุดใหม่ อีกทั้งพร้อมสำหรับการหารือเพื่อสร้างความปรองดองที่จะถึงในสัปดาห์หน้า" เยทุต กล่าว
อย่างไรก็ดี มีการจับตามองจากนักลงทุนต่างชาติถึงทิศทาง เมียนมาหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุน
บลูมเบิร์ก ระบุว่า ถึงแม้พรรคของอองซานซูจีจะขึ้นเป็นรัฐบาล แต่ระบอบการเมืองของประเทศยังเอื้อประโยชน์แก่กองทัพอยู่ดี เช่น รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีมหาดไทย ที่มาจากการแต่งตั้งจากกองทัพ นอกจากนี้ธุรกิจและอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างเหมืองหยก การขุดเจาะน้ำมัน และการบินพลเรือน ยังถูกควบคุมจากกองทัพอยู่
"หากพรรคเอ็นแอลดีมองว่ากองทัพเป็นพันธมิตร ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเกิดขึ้น" เยทุต กล่าว
ขณะนี้พรรคของซูจีได้ที่นั่งในสภาราว 273 ที่นั่ง ส่วนพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (ยูเอสดีพี) ได้ที่นั่งราว 27 ที่นั่ง ซึ่งการนับคะแนนอาจกินเวลานานเป็นสัปดาห์หรือมากกว่านั้น







