
ซูจีนัดประชุมผู้นำ-ฝ่ายทหาร
อองซานซูจีนัดประชุมกลุ่มผู้นำทางทหาร เน้นเคารพเจตนารมณ์ของประชาชน
อองซานซูจีนัดประชุมกลุ่มผู้นำทางทหาร เน้นเคารพเจตนารมณ์ของประชาชน
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เปิดเผยว่า อองซานซูจี หัวหน้าพรรคสัน นิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ได้ส่งจดหมายเชิญ ประธานาธิบดี เต็งเส่ง และผู้ทรงอำนาจทางทหารของประเทศ ให้เข้าร่วมการประชุมเพื่อยืนยันว่าทุกฝ่ายจะเคารพในเจตนารมณ์ของประชาชน หลังจากมีแนวโน้มว่าพรรคเอ็นแอลดีจะชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้
"การนำเจตนารมณ์ของประชาชนไปปฏิบัติด้วยแนวทางที่สันติเพื่อประโยชน์ของประเทศเป็นสิ่งที่สำคัญ" อองซานซูจี ได้ระบุไว้ในจดหมายที่มีไปถึงประธานาธิบดี เต็งเส่ง พล.อ.มินอ่องลาย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพเมียนมา และฉ่วยมาน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้คาดว่าจะมีการประชุมภายในสัปดาห์หน้า
สำหรับการนัดประชุมดังกล่าวมีขึ้นหลังการเลือกตั้งครั้งใหญ่ของ เมียนมาในรอบหลายทศวรรษเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยในขณะนี้พรรคเอ็นแอลดีของอองซานซูจีได้ที่นั่งในสภามากถึง 163 จาก 182 ที่นั่ง ในขณะที่พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (ยูเอสดีพี) ได้เพียง 10 ที่นั่ง ส่วนที่เหลือเป็นของผู้ท้าชิงอิสระและพรรคการเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งการนับคะแนนในครั้งนี้อาจใช้เวลา 1 สัปดาห์ หรืออาจจะนานกว่านั้น
ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ เจแปน ไทม์ ของญี่ปุ่น ได้เปิดเผยมุมมองของนักธุรกิจญี่ปุ่นที่มีต่อการผลการเลือกตั้งเมียนมาในครั้งนี้ โดย มาซาฮิโกะ อีบาชิ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาของเมียนมาในนครย่างกุ้ง กล่าวว่า ภาคธุรกิจญี่ปุ่นส่วนใหญ่กังวลว่าพรรคเอ็นแอลดีจะมีความรู้ความสามารถและทรัพยากรบุคคลมากพอสำหรับการบริหารประเทศหรือไม่
นอกจากนี้ อีบาชิ ยังระบุด้วยว่า หากพรรคเอ็นแอลดีทำงานร่วมกับพรรคยูเอสดีพีได้ จะทำให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ถ้าหากอองซานซูจีมีความ ขัดแย้งกับกองทัพ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจทำให้การเมืองของประเทศยังคงไม่มีเสถียรภาพ
มิโนรุ คิริว อดีตศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยโอซากา ซังเงียว มองว่า หากพรรคเอ็นแอลดีครองเสียงส่วนมากในสภาและสามารถจัดตั้งรัฐบาลเองได้ การเมืองของเมียนมาอาจกลับมามีเสถียรภาพ ถือเป็นข่าวดีสำหรับธุรกิจญี่ปุ่นที่ลงทุนในเมียนมา
อย่างไรก็ดี ความเป็นไปได้ที่พรรคยูเอสดีพีและกองทัพจะคว่ำผลการเลือกตั้งนั้นแทบไม่มีเลย เนื่องจากแรงกดดันจากประชาคมโลกที่จับตามองการเปลี่ยนผ่านของเมียนมาอย่างใกล้ชิด ยิ่งหากซูจีชนะอย่างถล่มทลาย ยิ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ขณะเดียวกัน ฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการฝ่ายภูมิภาคเอเชียขององค์กรฮิวแมนไรต์สวอตช์ ระบุว่า ซูจีอาจต้องประสบปัญหาในการบริหารประเทศ หากซูจียืนยันว่าจะทำงานร่วมกับกองทัพ เปรียบเหมือนเป็นการทำร้ายตัวเองทางอ้อม
ภาพ เอเอฟพี







