
นักลงทุนจับตาเลือกตั้งเมียนมา
นักลงทุนต่างชาติคาดเศรษฐกิจ-การเมืองดีขึ้น กกต.วอนอย่าด่วนสรุป รอผลทางการ
นักลงทุนต่างชาติคาดเศรษฐกิจ-การเมืองดีขึ้น กกต.วอนอย่าด่วนสรุป รอผลทางการ
สำนักข่าวบีบีซี ระบุ ภาคธุรกิจรอผลการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของเมียนมาในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมืองได้ ส่งผลดีต่อการเข้ามาลงทุนทางธุรกิจของต่างชาติ
สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนว่าเมียนมาถือเป็นแหล่งใหม่ที่นักธุรกิจต้องการเข้ามาลงทุนคือ จำนวนรถยนต์ ร้านค้าและร้านอาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งราคาโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ถูกลงมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อน สะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจสามารถสร้างฐานลูกค้าในเมียนมาได้มากขึ้น
แม้ช่องทางในการลงทุนใน เมียนมาจะมีมากขึ้น ในฐานะที่เมียนมาถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจมาก แต่บรรดานักลงทุนและภาคธุรกิจกลับไม่กล้าเข้ามาลงทุนในประเทศ
ย้อนกลับไปช่วงปี 1990 ยูนิลีเวอร์ บริษัทผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ เป็นบริษัทแรกๆ ที่เข้ามาลงทุนในเมียนมา แต่หลังจากที่รัฐบาลทหารขึ้นมาบริหารประเทศ ธุรกิจของบริษัทดังกล่าวในเมียนมาต้องปิดตัวลง
ภายหลังการเปิดประเทศ บริษัทต่างชาติราว 100 ราย หันเข้าไปลงทุนในเมียนมามากขึ้น และมีการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจกับกลุ่มบริษัทท้องถิ่น แม้จะยังถูกการคว่ำบาตรจากสหรัฐอยู่ก็ตาม
อิริค โรส ทนายความชาวอเมริกันที่ลงทุนในเมียนมา กล่าวว่า การที่เศรษฐกิจส่วนใหญ่ของเมียนมาถูกควบคุมจากกองทัพ ซึ่งมีอำนาจและมีเครือข่ายกับธุรกิจรายใหญ่ๆ ส่งผลให้ธุรกิจหลายรายเกือบต้องปิดตัวลง
ดังนั้น สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางเมืองจึงส่งผลกระทบต่อการลงทุนในเมียนมาเป็นอย่างมาก โดยรายงานความยากง่ายในการประกอบธุรกิจปี 2016 ของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) พบว่าเมียนมาถือเป็นประเทศหนึ่งที่ยากต่อการทำธุรกิจ
มีการคาดการณ์จากบรรดานักลงทุนว่า หลังการเลือกตั้งครั้งนี้ เมียนมาจะมีเสถียรภาพมากขึ้น ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ โดยในปีงบประมาณ 2014/2015 มีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) มากขึ้น แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่าปีก่อนหน้าถึง 2 เท่า
ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งประวัติ ศาสตร์ของเมียนมาเข้าสู่ช่วง โค้งสุดท้ายก่อนวันชี้ชะตาอนาคต ประเทศ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า อองซานซูจีจะคว้าชัยในครั้งนี้ อย่างไรก็ดี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของเมียนมาวอนประชาชนรอฟังผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเท่านั้น







