
ทูตสหรัฐต้อนรับไทยร่วมทีพีพี
สหรัฐต้อนรับไทยถ้าอยากร่วมทีพีพี ย้ำคืนดี 100% ถ้าเลือกตั้ง ยืนยันปีหน้ายังคงจัดการฝึกคอบร้าโกลด์ขนาดเท่าปี 2015
สหรัฐต้อนรับไทยถ้าอยากร่วมทีพีพี ย้ำคืนดี 100% ถ้าเลือกตั้ง ยืนยันปีหน้ายังคงจัดการฝึกคอบร้าโกลด์ขนาดเท่าปี 2015
กลิน เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยคนใหม่ เปิดเผยกับหนังสิอพิมพ์บางกอกโพสต์ว่า เต็มใจต้อนรับไทยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) แม้ไทยจะยังไม่กลับคืนสู่ประชาธิปไตยเต็มที่ก็ตาม โดยไทยมีเวลาถึงปี 2017 ที่จะพิจารณาเข้าร่วมทีพีพี
เอกอัครราชทูตคนใหม่ ระบุว่า ไทยมีเวลาศึกษารายละเอียดและข้อตกลง ซึ่งยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าร่วมดังกล่าว โดยไทยควรที่จะเดินหน้าการปฏิรูปเศรษฐกิจและการค้าให้มีมาตรฐานสำหรับข้อตกลงที่มีมาตรฐานสูง
"ถ้าไทยสนใจจะเข้าร่วมทีพีพี สิ่งที่ต้องทำก็มีเพียงแค่ยกหูโทรศัพท์และเคาะประตูบอกว่าพวกเราพร้อมแล้วที่จะพูดถึงทีพีพี" เดวีส์กล่าว
อย่างไรก็ตาม เดวีส์ ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐ ในฐานะพันธมิตร จะกลับคืนสู่ภาวะปกติตามที่เคยเป็นมา เมื่อไทยมีการเลือกตั้งโดยประชาชนเท่านั้น
"เป็น 1 ในเหตุผลว่าทำไมพวกเราถึงพูดบ่อยๆ ว่า พวกเราหวังที่ไทยจะกลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว เพราะพวกเราต้องการความสัมพันธ์ครบถ้วน 100% แต่เหตุผลนี้ ไม่ได้หยุดผมต่อการทำงานในส่วนความสัมพันธ์ 95% ที่เหลือระหว่างนี้" เดวีส์กล่าว
ก่อนหน้านี้ สหรัฐและอีก 11 ชาติสมาชิกได้บรรลุข้อตกลงทีพีพี ที่มีขนาดเศรษฐกิจรวมกันมากถึง 40% ของขนาดเศรษฐกิจโลก โดยทั้งสมาคมธนาคารไทย หอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรม แสดงทัศนะไปในทิศทางเดียวกันว่า ทีพีพีจะช่วยเพิ่มการส่งออกและการลงทุนของต่างชาติ โดยเฉพาะภาคส่วนยานยนต์
อย่างไรก็ตาม บางส่วนมองว่า ทีพีพีจะส่งผลให้ราคายาปรับตัวสูงขึ้นจากข้อตกลงด้านสิทธิบัตรยา รวมถึงสูญเสียอำนาจศาลต่อกฎหมายควบคุมบุหรี่ และอาจส่งผลให้การบริโภคบุหรี่ในประเทศเพิ่มมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน เดวีส์ เปิดเผยว่า ในปี 2016 สหรัฐจะยังคงจัดการฝึกซ้อมร่วมกับไทย หรือ คอบร้าโกลด์ ในขนาดเท่าเดิมกับปี 2015 ซึ่งอยู่ที่ 3,700 นาย จาก 8,000 นาย โดยจะมุ่งไปยังความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ
อย่างไรก็ตาม เอกอัครราชทูตคนดังกล่าว ระบุว่า สหรัฐจะช่วยเหลือไทยด้านการทหารอีกครั้ง หากไทยและสหรัฐมีการร่วมกันค้นหาผู้อพยพที่ติดค้างกลางทะเล ซึ่งหมายรวมถึงชาวโรฮีนจาด้วย
ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติการให้ความช่วยเหลือต่างชาติ มาตรา 508 ของสหรัฐ ระบุว่า สหรัฐจะต้องลดความช่วยเหลือไม่ว่าประเทศใดก็ตามที่ไม่มีการเลือกตั้งอย่างเหมาะสมจากการทำรัฐประหาร ยกเว้นแต่เป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม







