
มังกรร่างแผนพัฒนาฯ5ปี
จีนประชุมร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะ 5 ปี เน้นปฏิรูปการเงิน-ขยายตัวเศรษฐกิจ
จีนประชุมร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะ 5 ปี เน้นปฏิรูปการเงิน-ขยายตัวเศรษฐกิจ
สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีน (ซีพีซี) เปิดการประชุมคณะกรรมการกลางของพรรคเพื่อร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 13 ระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปี 2016-2020 ระหว่างวันที่ 26-29 ต.ค. ประกอบไปด้วยสมาชิกพรรคระดับสูงกว่า 350 คน โดยประเด็นหลักในการประชุมจะเน้นไปที่การปฏิรูประบบการเงินของประเทศ และการคงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของปีนี้ไว้ที่ราว 7%
แผนพัฒนาฉบับดังกล่าวจะเป็นเครื่องยืนยันคำพูดที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีนเคยกล่าวไว้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ที่ว่า ภายในปี 2020 จีนจะกลายเป็น “สังคมที่มั่งคั่งปานกลาง” ซึ่งหมายถึงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และรายได้ประชาชาติต่อหัวเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2010
ทางด้านสำนักข่าวบลูมเบิร์ก คาดการณ์ผลลัพธ์จากการประชุมดังกล่าวไว้ 5 หัวข้อดังนี้
ประการแรก คือ ภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวอย่างมากอันเนื่องมาจากจีนประกาศตัวว่ากำลังดำเนินปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่จะทำให้เศรษฐกิจจีนนั้นอยู่ในภาวะ “เชื่องช้าเป็นปกติ” หรือนิวนอร์มอล
และตั้งเป้าตัวเลขจีดีพีไว้ที่ต่ำกว่า 7% ครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดประเทศในปี 1980 ดังนั้น ถ้าหากจีนต้องการทำตามคำมั่นที่ผู้นำเคยกล่าวไว้ ตัวเลขจีดีพีเฉลี่ยของจีนต้องอยู่ที่ 6.5%
ประการที่ 2 คือ เป้าหมายหลักอย่างหนึ่งของแผนพัฒนาฉบับที่ 12 คือ การใช้พลังงานสะอาด การอนุรักษ์พลังงาน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งบลูมเบิร์กคาดว่าเป้าหมายดังกล่าวจะยังคงดำเนินต่อไปในแผนพัฒนาฉบับใหม่ อีกทั้งระดับการบริโภคพลังงานต่อหน่วยจีดีพีและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะลดลงมากกว่า 16%
ประการที่ 3 การใช้นโยบายลูกคนเดียวของจีนที่นานเกินไป อาจส่งผลกระทบต่ออัตราส่วนแรงงานในอนาคต จึงเป็นไปได้ว่าจีนจะยกเลิกนโยบายดังกล่าวในแผนพัฒนาฉบับนี้
ประการที่ 4 ถ้าหากจีนต้องการพัฒนาจากคำว่า “เมดอินไชน่า” ไปสู่ “อินโนเวตอินไชน่า” หรือการสร้างสรรค์นวัตกรรมในจีน ดังนั้น ทางการจึงควรให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนามากกว่านี้
ประการสุดท้าย คือ นโยบายหนึ่งแถบหนึ่งทาง หรือ “วันเบลต์วันโรด” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อถ่วงดุลอำนาจของสหรัฐ และในขณะเดียวกันก็เพิ่มบทบาทของจีนกับประเทศมากกว่า 60 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ยุโรป และแอฟริกา มีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จ
ดังนั้น สิ่งที่ควรจับตามองคือ แนวทางต่อนโยบายดังกล่าวของคณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (เอ็นดีอาร์ซี) ที่คาดว่าจะประกาศอย่างเป็นทางการในเดือน มี.ค. 2016 นี้
บลูมเบิร์กยังระบุด้วยว่า จีนบรรลุเป้าหมายตามหลักในแผนพัฒนาฉบับที่ 12 แล้วกว่า 90% อาทิ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนที่ 7% การสร้างงานกว่า 45 ล้านตำแหน่ง และการกระตุ้นภาคการบริการ เป็นต้น







