posttoday
รัฐบาลยกระดับขับเคลื่อนศก.เชื่อมอาเซียน

รัฐบาลยกระดับขับเคลื่อนศก.เชื่อมอาเซียน

23 ตุลาคม 2558

รัฐบาลคสช.ยกระดับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศเน้นสร้างความเชื่อมโยงกับอาเซียนส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีความเข้มแข็ง

รัฐบาลคสช.ยกระดับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศเน้นสร้างความเชื่อมโยงกับอาเซียนส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีความเข้มแข็ง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป ต้องยกระดับและสร้างความเชื่อมโยงกับอาเซียนก่อนจะขยายผลต่อยอดไปเวทีระหว่างประเทศในลักษณะ ไทย +1 หรือ +2  +3 ประเทศก็แล้วแต่ ด้วยการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีความเข้มแข็ง แข็งแรง มีศักยภาพอยู่แล้ว อาทิ สินค้าอุปโภค/บริโภค เรื่องอาหาร  โครงสร้างพื้นฐาน  ที่อยู่อาศัย  การค้าชายแดน  และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษแบบCluster และ Super Cluster ควบคู่กับการสร้างผู้ค้ารายย่อย สร้างธุรกิจใหม่ ๆ ขึ้นมา ให้ผู้ค้ารายใหญ่ร่วมมือเป็นผู้เปิดตลาดให้ เป็นพี่เลี้ยงให้  สร้างเครือข่ายการเชื่อมโยงกันให้ได้ ในส่วนของการท่องเที่ยวอาเซียน

"วันนี้ผมได้เชื่อมโยงกับทุกประเทศไปแล้วว่า ทำอย่างไรการท่องเที่ยวนั้นจะต่อเนื่องเชื่อมโยง ช่วยกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะเราเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้วยกัน ไม่ใช่คู่แข่งขัน ถ้ามาไทยจะไปเวียดนาม ลาว กัมพูชา มาเลเซีย จะทำอย่างไร ถ้าคนเขาต้องการในสาขาการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกันได้ โดยจะได้เพิ่มอาชีพรายได้ และทำให้อาเซียนเข้มแข็งไปด้วย และเราต้องเชื่อมโยง็ความหลากหลายทางวัฒนธรรมในเรื่องการท่องเที่ยว และในเรื่องการจัดทำโครงสร้างคมนาคมพื้นฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกความปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายการเดินทางของนักท่องเที่ยว ให้ปลอดภัย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

อนึ่ง ในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ก็ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมเรื่อง Trans-Pacific Strategic Economic Partnership Agreement  (TPP) ในภาพรวมและมีมุมมองทั้งในแง่บวกและแง่ที่จะมีผลกระทบต่อประเทศไทย สำหรับ TPP เป็นความตกลงเปิดเสรีทางด้านเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทั้งด้านตลาดการค้า สินค้า การบริการ การลงทุน ตลอดจนการปฏิรูป และการสร้างความสอดคล้องในกฎระเบียบทางเศรษฐกิจต่างๆ

สำหรับการเข้าเป็นสมาชิก TPP ก็อาจจะมีทั้งข้อดีและข้อที่เป็นผลกระทบพอสมควร ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็ได้มีการเชิญคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน ทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ได้ประชุมหารือในเรื่องดังกล่าว โดยทั้ง 3 ส่วนเห็นพ้องตรงกันว่าการเข้าเป็นสมาชิก TPP มีประโยชน์และคาดว่าจะส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยาต่อนักลงทุน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าเอกชนบางรายยังมีข้อกังวลอยู่ในประเด็นที่ไทยจะต้องส่งสินค้าไปแข่งขันกับประเทศที่เป็นคู่แข่งซึ่งเป็นสินค้าชนิดเดียวกันที่เรียกว่าสินค้าอ่อนไหว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศที่อยู่ในสมาชิก TPP มีอยู่ 12 ประเทศนั้น 9 ประเทศเป็นประเทศที่ไทยมีความตกลงด้านการค้าเสรีอยู่แล้ว ที่ยังไม่มีก็มีประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนนาดา และเม็กซิโกเท่านั้น ในขณะนี้ประเทศไทยก็อยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาค หรือ Regional Comprehensive Economic Partnership (RCEP) ที่เป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่าง ASEAN 10 ประเทศกับคู่ภาคี 6 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์นับเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สามารถจะรองรับสินค้าและการบริการของไทยได้ เพราะจำนวนประชากรในประเทศอาเซียน+6 มีมากถึง 3,500 ล้านคน หรือเกือบครึ่งของประชากรโลกเลยที่เดียว

โดยสรุปแล้วการเข้าเป็นสมาชิกของ TPP จะต้องมีการเจรจาต่อรองทำข้อตกลงระหว่างประเทศที่เป็นคู่ภาคีด้วยกันก่อน ซึ่งขณะนี้คาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 – 2 ปี เรายังมีเวลาอยู่ ผมก็ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงข้อมูลที่กระทรวงพาณิชย์ได้นำเสนอ และนำไปพิจารณาให้ครอบคลุมในทุกมิติ ประเทศไทยยังมีเวลาที่จะศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมให้รอบคอบก่อนที่จะมีการตกลงใจใด ๆ เราไม่ได้ปิดกั้นในเรื่องนี้ เรามีเวลาถึงปี 2560 ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย อยากทำให้ทุกอย่างมีความก้าวหน้า ต้องดูแลในมิติอื่นๆด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท