
เยือนย่ำย้ำสัมพันธภาพมหามิตรสนิทใจ ไทย-สหรัฐ
...ทีมข่าวต่างประเทศ
หากจะพูดถึงมิตรประเทศของไทยที่มีสายสัมพันธ์อันดี มีประวัติความเป็นมาและอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาอย่างต่อเนื่องยาวนานแล้ว เชื่อว่าไม่มีใครไม่นึกถึงชาติมหาอำนาจแห่งโลกตะวันตกอย่าง
“สหรัฐอเมริกา”สายสัมพันธ์ตลอดระยะเวลา 177 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีการลงนามในสนธิสัญญาไมตรีและการพาณิชย์ (Treaty of Amity and Commerce) ในสมัยรัชกาลที่ 3 นั้น ไม่ว่าบริบทของการเมืองระหว่างประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยอย่างไร ไทยกับสหรัฐต่างก็เป็นพันธมิตรที่เข้มแข็ง และช่วยเหลือเกื้อกูลกันเสมอมา
การเดินทางเยือนประเทศไทยครั้งล่าสุดของผู้แทนระดับสูงของสหรัฐอย่าง วิลเลียม เจ. เบิร์นส ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ผู้มีความสำคัญเป็นอันดับ 3 ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เพื่อเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายสหรัฐในการหารือยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ไทยสหรัฐ (ThaiU.S. Strategic Dialogue) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพนั้น ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงสายสัมพันธ์ที่แนบชิดระหว่างไทยกับสหรัฐ ตลอดจนช่วยยืนยันภาพลักษณ์ของความเป็น
“มหามิตร” หรือความสัมพันธ์ที่ยกระดับเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” (Strategic Partnership) ระหว่างทั้งสองประเทศได้อย่างชัดเจนที่สุดนอกเหนือจากภารกิจในการหารือยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับสหรัฐ และการเดินทางเข้าพบกับ กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศของไทย รวมทั้งอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแล้ว
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังได้ใช้โอกาสในการเดินทางเยือนประเทศไทยครั้งนี้ แสดงสุนทรพจน์ภายใต้หัวข้อเรื่อง
“The U.S.Thailand Alliance : Shared Values and Partnership for the 21st Century” ซึ่งจัดขึ้นโดยโครงการสหรัฐอเมริกาศึกษา (The American Studies Program ASP) สถาบันการศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ (Institute of Security and International Studies ISIS) ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสุนทรพจน์ของปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ให้ภาพความสัมพันธ์ที่แนบชิดระหว่างไทยกับสหรัฐ ตลอดจนความร่วมมือระดับทวิภาคีที่อำนวยประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ความร่วมมือระดับทวิภาคีระหว่างไทยกับสหรัฐได้ก่อประโยชน์มหาศาลในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การแพทย์และสาธารณสุข ความมั่นคง การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ
ด้านการศึกษา สหรัฐกับไทยเพิ่งจะจัดงานครบรอบ 60 ปี มูลนิธิการศึกษาไทยอเมริกัน (ฟุลไบร์ท) ซึ่งสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียนไทยในการเดินทางไปศึกษาที่สหรัฐ ตลอดจนโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนชาวอเมริกันให้เข้ามาศึกษาในประเทศไทย
ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ไทยกับสหรัฐได้ร่วมกันค้นคว้าวิจัยวัคซีนรักษาโรคต่างๆ พัฒนาบุคลากรในการทำงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขร่วมกัน แลกเปลี่ยนนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนมีโครงการพัฒนาเทคโนโลยีด้านสาธารณสุขระหว่างกันด้วย
ด้านความมั่นคง ไทยกับสหรัฐได้ร่วมกันทำงานด้านนี้เคียงบ่าเคียงไหล่ต่อเนื่องมาโดยตลอด ดังจะเห็นได้จากการร่วมฝึกคอบบราโกลด์ของกองทัพไทยกับกองทัพสหรัฐ ซึ่งถือเป็นการร่วมฝึกปฏิบัติการทางทหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ความสัมพันธ์ที่แนบชิดของทั้งสองประเทศมิได้อำนวยประโยชน์ให้ลำพังเฉพาะต่อประชาชนของทั้งสองประเทศเท่านั้น ทว่ายังสร้างคุณูปการขยายขอบเขตครอบคลุมไปถึงประชาชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประชาคมระหว่างประเทศ
ดังจะเห็นได้จากการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ผู้อพยพลี้ภัยชาวพม่านับหมื่นคนในประเทศไทย การที่ไทยอนุญาตให้สหรัฐและนานาชาติใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุสึนามิ หรือการที่ไทยกับสหรัฐร่วมมือกันระดมความช่วยเหลือไปมอบให้กับผู้ประสบภัยจากพายุไซโคลนนาร์กีสในพม่า
เบิร์นส ระบุว่า สหรัฐหวังว่าไทยในฐานะประเทศที่เป็นหัวหอกหลักในการขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสามารถใช้บทบาทความเป็นผู้นำในการกระตุ้นเตือนพม่าให้เดินหน้าไปสู่กระบวนการเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตยและการปฏิรูปทางการเมือง
นอกจากนี้ สหรัฐยังหวังว่าไทยในฐานะที่เพิ่งได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ จะสามารถใช้ศักยภาพที่มีในการปกป้องรักษา และวางรากฐานการเคารพในหลักการสิทธิมนุษยชนให้เกิดขึ้นอย่างมั่นคงในภูมิภาคนี้
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงให้เกิดขึ้นในโลก ดังจะเห็นได้จากการที่ไทยได้ส่งกองทหารเข้าไปสนับสนุนการปฏิบัติการของสหรัฐในอิรัก และอัฟกานิสถาน โดยเข้าไปช่วยในเรื่องของการให้บริการทางการแพทย์ และการสร้างระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
รวมไปถึงการที่ไทยส่งทหารเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในดาร์ฟูร์ การที่ไทยดำเนินมาตรการอย่างเอาจริงเอาจังในการปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขบวนการค้ามนุษย์ ลักลอบค้าอาวุธและยาเสพติด หรือการที่ไทยร่วมมือกับสหรัฐในการต่อต้านการก่อการร้ายนิวเคลียร์ และยึดมั่นในหลักการการไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์
การแสดงสุนทรพจน์ของปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นยาวนาน และสะท้อนถึงการพัฒนาความร่วมมืออย่างรอบด้านระหว่างกันแล้ว สหรัฐยังได้แสดงความจริงใจในฐานะมิตรประเทศที่พร้อมจะสนับสนุนไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตการเมืองที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ไปให้ได้
เบิร์นส กล่าวว่า ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเพิ่งประสบกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่ง สหรัฐกับไทยในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ก็จะทำงานร่วมกันในการหาทางออกให้กับวิกฤตการเมืองไทยอย่างสันติ
สหรัฐเชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยจะสามารถเดินหน้าแผนการปรองดอง และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันระบุถึงความคับข้องหมองใจ อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียมกันในสังคมได้สำเร็จ
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเห็นว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยต้องแก้ไขด้วยวิถีทางแบบไทย สหรัฐให้การสนับสนุนแผนการปรองดองของรัฐบาลไทย และพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างไทยในการเดินหน้านำสันติสุข เสถียรภาพ และความมั่นคงให้กลับคืนมา
ตลอดระยะเวลาเกือบ 60 นาทีของการกล่าวสุนทรพจน์ ถ้อยคำที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐใช้เรียกแทนประเทศไทยทุกครั้งว่า
“Our Friend” ฉันมิตรประเทศที่สนิทชิดเชื้อ การไล่เรียงภาพความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีที่ทั้งสองมีต่อกันอย่างรอบด้าน การยกให้ไทยเป็นหัวหอกหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาในภูมิภาค ตลอดจนท่าทีที่เคารพ เชื่อมั่น และสนับสนุนต่อวิถีทางการตัดสินใจนำพาประเทศไทยผ่านพ้นจากวิกฤตการเมืองของรัฐบาลไทย ล้วนแล้วแต่ตอกย้ำภาพลักษณ์ของความเป็นมหามิตรที่จริงใจต่อไทยของสหรัฐในช่วงท้ายของการแสดงสุนทรพจน์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่เข้าร่วม รวมทั้งบรรดาผู้สื่อข่าวจากสำนักต่างๆ ได้ถามคำถาม ถึงแม้ว่า วิลเลียม เจ. เบิร์นส จะถูกถาโถมด้วยคำถามในเชิงท้วงติง กังขา และตั้งข้อสงสัยต่อท่าทีของสหรัฐที่มีต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในไทย ปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐผู้นี้ก็ยังคงตอกย้ำความเป็นมหามิตรของไทย ด้วยการแสดงความเคารพ เชื่อมั่น และสนับสนุนต่อวิถีทางการแก้ปัญหาของไทย พร้อมกับมั่นใจว่าในที่สุดแล้วแผนการปรองดองของรัฐบาลจะสามารถดำเนินรุดหน้าไปจนสำเร็จ







