
12ชาติบรรลุข้อตกลง‘ทีพีพี’
โอบามาคว้าชัย บรรลุทีพีพี ปลดอุปสรรคการค้า รอสมาชิกลงนาม
โอบามาคว้าชัย บรรลุทีพีพี ปลดอุปสรรคการค้า รอสมาชิกลงนาม
สหรัฐ ญี่ปุ่น และอีก 10 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก ได้บรรลุความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ซึ่งเป็นความตกลงทางการค้าขนาดใหญ่ที่ครอบคลุม 40% ของเศรษฐกิจโลก นับเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญและชัยชนะทางการเมืองของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ และนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น หลังจากเจรจากันมายาวนานกว่า 5 ปี
ข้อตกลงทีพีพีเป็นการสร้างกลุ่มทางเศรษฐกิจในแปซิฟิกซึ่งสามารถลดอุปสรรคทางการค้า ทำให้สินค้าและบริการทุกอย่างเคลื่อนไหวได้อย่างเสรีตั้งแต่สินค้าประจำวันไปจนถึงสิ่งทอและข้อมูลข่าวสาร ด้วยมาตรฐานและกฎเกณฑ์ใหม่ด้านการลงทุน สภาพแวดล้อม และแรงงาน
ข้อตกลงนี้แสดงถึงความเป็นแกนนำทางเศรษฐกิจของรัฐบาลโอบามาที่มีต่อเอเชีย ซึ่งออกแบบมาเพื่อต้านทานอิทธิพลของจีนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและภูมิภาคที่อยู่ไกลออกไป
ในขณะเดียวกันข้อตกลงนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของการปฏิรูปเศรษฐกิจในญี่ปุ่น ซึ่งอาเบะพยายามผลักดันตั้งแต่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2012
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีอาเบะถึงกับขนานนามข้อตกลงครั้งนี้ว่า เป็นทางออกที่สำคัญไม่ใช่แค่สำหรับญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ต่ออนาคตของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงทีพีพียังต้องได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการโดยผู้นำของแต่ละประเทศ และได้รับสัตยาบันโดยสภานิติบัญญัติเสียก่อน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางด้านประธานาธิบดีโอบามานั้นอาจต้องเผชิญกับแรงกดดันเพื่อผลักดันข้อตกลงไปยังสภาคองเกรสในปีหน้า เช่น โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของพรรครีพับลิกัน ที่จะโต้แย้งในประเด็นดังกล่าว
ภายหลังจากข้อตกลงดังกล่าวลุล่วง ทางเกาหลีใต้ก็แสดงความสนใจจะเข้าร่วมทีพีพีเช่นกัน
ข้อตกลงทีพีพีนั้น ประกอบไปด้วยการบังคับใช้มาตรฐานแรงงาน ซึ่งประเทศสมาชิกอย่าง เวียดนามต้องอนุญาตให้มีการจัดตั้งสหภาพ แรงงานเป็นครั้งแรก รวมถึงบทบัญญัติทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เช่น มาตรการลงโทษทางการค้าต่อประเทศที่ไม่มีการต่อสู้กับการค้าสัตว์อย่างเพียงพอ
ทั้งนี้ รายงานชี้ว่า การบรรลุข้อตกลงทีพีพีในครั้งนี้ คาดว่าจะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้กับสหรัฐและยุโรปในการเจรจาเรื่องหุ้นส่วนทางการค้าและการลงทุนของสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติคอีกด้วย นอกเหนือจากจะช่วยสร้างความได้เปรียบและการต่อรองที่มากขึ้นในการเจรจาทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิกทีพีพีกับประเทศคู่ค้าทีพีพี เช่น จีน และอินเดีย เป็นต้น







