
ลุ้นเฟดเลื่อนขึ้นดอกเบี้ยธ.ค.
เยลเลนส่งสัญญาณยันขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ อ้างมะกันแกร่งแม้หวั่นปัจจัยเสี่ยง ศก.โลก
เยลเลนส่งสัญญาณยันขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ อ้างมะกันแกร่งแม้หวั่นปัจจัยเสี่ยง ศก.โลก
บลูมเบิร์กรายงานเชิงวิเคราะห์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มจะปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 9 ปี ภายในปีนี้อย่างแน่นอน เพียงแค่เลื่อนจากการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.เป็นเดือน ธ.ค.เท่านั้น
รายงานอ้างถ้อยแถลงของเจเน็ต เยลเลน ว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) ส่วนใหญ่ยังคงคาดการณ์จะปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ โดยย้ำถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ แม้ไม่ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยภายในการประชุมเมื่อวันที่ 16-17 ก.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความวุ่นวายในตลาดการเงินที่ปะทุขึ้นเมื่อช่วงเดือน ส.ค.และอัตราเงินเฟ้อที่ยังไม่โตตามเป้า
“ฉันไม่อยากจะให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้มากเกินไป ซึ่งจะไม่เปลี่ยนพื้นฐานของการคาดการณ์ของเรา เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและเราหวังว่าจะเป็นเช่นนั้นต่อไปในอนาคต” เยลเลน กล่าว
อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์ในตลาดซื้อขายล่วงหน้าน้อยกว่าครึ่งที่คาดว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยจากเดิมที่ราว 64% เมื่อวันพุธที่ผ่านมา และเฉลี่ยเชื่อว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยที่อัตราเฉลี่ยราว 0.375%
ด้าน ไมเคิล เฟอโรลี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของ เจ.พี.มอร์แกน วาณิชธนกิจชื่อดังของสหรัฐ แสดงความเห็นว่า ถ้าเฟดไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือน ก.ย. ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือน ธ.ค.เช่นกัน
เยลเลน ยังเปิดเผยด้วยว่า เอ็มโอเอ็มซีตัดสินว่าต้องรอเวลาให้สัญญาณทางเศรษฐกิจปรับขึ้นก่อน ซึ่งหมายรวมถึงการพัฒนาของตลาดแรงงาน โดยอัตราว่างงานสหรัฐปรับตัวขึ้นไป 2.92 ล้านตำแหน่ง เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา อัตราว่างงานปรับตัวลดลง 5.1% อัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวขึ้นถึง 2% จากปัจจุบันอยู่ที่ราว 0.3%
บลูมเบิร์กรายงานว่า ไม่มีโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ต.ค.อย่างแน่นอน สอดรับกับความเห็นของนักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์หลายฝ่ายเช่นเดียวกัน
คริส รัปกีย์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์การเงินของธนาคารโตเกียว มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ กล่าวว่า การโน้มน้าวให้นักลงทุนเชื่อว่าเยลเลนจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ถือเป็นเรื่องยากอย่างมาก เนื่องจากนักลงทุนแทบไม่เชื่อคำพูดของเยลเลนอีก หลังจากเฟดตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ย







