
เศรษฐกิจทูเดย์
หลังจากที่เกิดสถานการณ์ค่าเงินหยวนอ่อนค่าอย่างรุนแรง คณะกรรมาธิการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (เอ็นดีอาร์ซี) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการวางยุทธศาสตร์สูงสุดของรัฐบาลจีน ประกาศจะยกเลิกโควตาสำหรับภาคเอกชนในการออกตราสารหนี้เพื่อระดมทุนในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบสกุลเงินหยวนหรือสกุลเงินต่างชาติ ซึ่งมีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป โดยความพยายามดังกล่าวมีขึ้นเพื่อสกัดสภาพทุนไหลออก หลังจากค่าเงินหยวนอ่อนค่าอย่างรุนแรงเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ต้องนำทุนสำรองมาใช้ป้องกันการอ่อนค่าถึง 9.39 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.35 แสนล้านบาท)
หลังจากที่เกิดสถานการณ์ค่าเงินหยวนอ่อนค่าอย่างรุนแรง คณะกรรมาธิการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (เอ็นดีอาร์ซี) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการวางยุทธศาสตร์สูงสุดของรัฐบาลจีน ประกาศจะยกเลิกโควตาสำหรับภาคเอกชนในการออกตราสารหนี้เพื่อระดมทุนในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบสกุลเงินหยวนหรือสกุลเงินต่างชาติ ซึ่งมีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป โดยความพยายามดังกล่าวมีขึ้นเพื่อสกัดสภาพทุนไหลออก หลังจากค่าเงินหยวนอ่อนค่าอย่างรุนแรงเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ต้องนำทุนสำรองมาใช้ป้องกันการอ่อนค่าถึง 9.39 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.35 แสนล้านบาท)
ด้าน ฟอซี อิซซาน ประธานสถาบันประกันเงินฝากอินโดนีเซียและอดีตนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ประจำแดนอิเหนา ระบุว่า ทางการอินโดนีเซียเตรียมปรับปรุงกฎหมายทางการเงินครั้งใหญ่ เช่น การเพิ่มสัดส่วนทุนสำรองและการประกันเงินฝาก เพื่อป้องกันธนาคารรายสำคัญๆ ของประเทศล้มละลาย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะผ่านกฎหมายภายในปี 2015 ภายหลังจากที่ธนาคารมีความเสี่ยงจะล้มละลายจากค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าหนัก
ในวันเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อยูโรโซนเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาขยับลงมาอยู่ที่ 0.10% โดยเทียบกับปีก่อนหน้า ถือว่าปรับลงจากระดับ 0.20% ในเดือน ก.ค.และถือเป็นอัตราที่ต่ำจนใกล้หยุดชะงัก โดยการลดลงดังกล่าวสอด คล้องกับที่ มาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวไว้ว่า หากราคาน้ำมันลดลงและเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ชะลอตัวลงมีแนวโน้มที่อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนจะเลวร้ายลง แต่อีซีบีพร้อมที่จะขยายนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)
งานวิจัยที่จัดทำขึ้นโดย แคปเกมินิ และอาร์บีซี เวลธ์ แมเนจเมนต์ ระบุว่า เศรษฐีในเอเชียแปซิฟิกจะได้รับการจัดอันดับให้กลายมาเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกปี 2016 จากทรัพย์สินของมหาเศรษฐีในจีนและอินเดีย โดยทรัพย์สินของเศรษฐีมีแนวโน้มที่จะแซงหน้าทรัพย์สินของเศรษฐีในอเมริกาเหนือซึ่งเป็นทวีปที่รวยที่สุดในไม่ช้านี้







