
ซาอุฯสั่งสอบเครนถล่มมัสยิด
ซาอุฯ สอบเหตุเครนถล่ม หลังเคยสงสัยความปลอดภัยก่อนหน้านี้ เดินหน้าจัดพิธีฮัจญ์
ซาอุฯ สอบเหตุเครนถล่ม หลังเคยสงสัยความปลอดภัยก่อนหน้านี้ เดินหน้าจัดพิธีฮัจญ์
ซาอุดิอาระเบียเริ่มสืบสวนสาเหตุการถล่มของเครนลงบนแกรนด์มัสยิด มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในนครเมกกะ สถานที่สำคัญทางศาสนาของชาวมุสลิม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 107 คน ซึ่งหมายรวมถึงชาวอินโดนีเซีย โดยบีบีซีรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ก่อนหน้านี้มีหลายฝ่ายกังวลต่อความปลอดภัยของเครนดังกล่าวที่ใช้ในการต่อเติมรอบมัสยิด
อย่างไรก็ตาม ด้านซุเลมันบิน อับดุลลาห์ อัล อัมโร อธิบดีกรมการป้องกันพลเรือนซาอุดิอาระเบีย เปิดเผยว่า สาเหตุของการล้มลงของเครนเกิดจากลมแรงจากพายุ ที่รุนแรงจนสามารถถอนต้นไม้และป้ายจากถนน พร้อมกับปฏิเสธกระแสข่าวว่า สาเหตุการเสียชีวิตของผู้เคราะห์ร้ายไม่ได้เกิดจากการจลาจลเหยียบกันตายอีกด้วย
การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากเกิดพายุฝนกระหน่ำจนหนึ่งในเครนที่ใช้สำหรับการต่อเติมขยายแกรนด์มัสยิดล้มลง เมื่อเวลา 17.23 น. ตามเวลาท้องถิ่นซาอุดิอาระเบีย (หรือ 21.23 น. ตามเวลาประเทศไทย) ของวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 230 คน ซึ่งหมายรวมถึงชาวไทย มาเลเซีย และอิหร่าน โดยในวันที่เกิดเหตุมีผู้เดินทางไปยังมัสยิดดังกล่าวมากถึง 8 แสนคน
นอกจากนี้ สถานที่เกิดเหตุยังเป็นสถานที่แสวงบุญสำคัญของชาวมุสลิมในพิธีฮัจญ์ที่จะเริ่มในวันที่ 21 ก.ย. โดยการต่อเติมดังกล่าวจะขยายพื้นที่ของมัสยิดออกไปราว 4 แสน ตร.ม. เพื่อบรรจุผู้คนได้เพิ่มขึ้น 2.2 ล้านคน เพื่อรองรับพิธีฮัจญ์ที่คาดจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 2 ล้านคนในปีนี้
ในขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานอ้างถึงเจ้าหน้าที่ซาอุดิอาระเบียไม่เปิดเผยนามว่า เหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการประกอบพิธีฮัจญ์ และจะเริ่มซ่อมแซมความเสียหายให้เสร็จสิ้นภายใน 2-3 วันข้างหน้า
ทั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว บรรดาผู้นำต่างชาติได้ร่วมแสดงความไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตด้วย เช่น นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ประเทศซึ่งมีประชากรมุสลิมจำนวนหลายสิบล้านคน และนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ ที่แสดงความเสียใจผ่านข้อความทางทวิตเตอร์







