
เศรษฐกิจจีนฉุด
ความผันผวนของเศรษฐกิจแดนมังกรยังคงมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลก หลังจากการปรับลดอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงค่าเงินหยวน ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนผันผวนอย่างหนัก ล่าสุด วิลเลม บิวเทอร์ นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังจากสถาบันการเงิน ซิตี้กรุ๊ป ของสหรัฐ แสดงความเห็นว่า เศรษฐกิจจีนกำลังเข้าสู่ภาวะหดตัว และกลายเป็นการฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจโลกให้ต่ำไปด้วย
ความผันผวนของเศรษฐกิจแดนมังกรยังคงมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลก หลังจากการปรับลดอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงค่าเงินหยวน ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนผันผวนอย่างหนัก ล่าสุด วิลเลม บิวเทอร์ นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังจากสถาบันการเงิน ซิตี้กรุ๊ป ของสหรัฐ แสดงความเห็นว่า เศรษฐกิจจีนกำลังเข้าสู่ภาวะหดตัว และกลายเป็นการฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจโลกให้ต่ำไปด้วย
บิวเทอร์ เผยว่า จีนกำลังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจหดตัว โดยในปีนี้เศรษฐกิจจีนอาจจะเติบโตเพียง 4% เท่านั้น แต่รัฐบาลจีนไม่มีนโยบายการคลังเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพใหญ่ที่รวดเร็วและทันท่วงทีเพียงพอ ทั้งนี้ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนจะฉุดอัตราเติบโตเศรษฐกิจโลกให้เติบโตต่ำกว่า 2% ด้วย
“รัฐบาลจีนอาจจะมีมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็ช้าเกินไปที่จะหลีกหนีจากภาวะเศรษฐกิจหดตัว และการที่อัตราเติบโตเศรษฐกิจโลกต่ำกว่า 2% นั้น ก็หมายความว่าภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวนั่นเอง” บิวเทอร์ กล่าว
นอกจากนี้ ดัชนีตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตที่มีความผันผวนในปีนี้ เกิดการเทขายแรงที่สุดเป็นจำนวนเงินถึง 5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 180 ล้านล้านบาท) ในระยะเวลาเพียง 2 เดือน
ทั้งนี้ แม้ว่านายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ของจีน พยายามประคองให้เศรษฐกิจเติบโตอยู่ที่ 7% ทว่าสัดส่วนการบริโภคของจีนกำลังชะลอตัวและสร้างความผันผวนให้กับตลาดโลก ฉะนั้น อัตราการเติบโตที่แท้จริงเป็นไปได้มากสุดไม่เกิน 4.5% เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม บิวเทอร์แนะว่า หนทางที่จะหยุดภาวะเศรษฐกิจจีนชะลอตัวได้นั้น คือรัฐบาลจีนต้องกระตุ้นภาคบริโภค







