
มหาเธร์ออกโรงไล่นายกฯ
หลังจากที่วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานข่าวคราวอื้อฉาวของนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย ต่อกรณีการโอนเงินจากกองทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ “วันเอ็มดีบี” เข้าบัญชีส่วนตัวกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.5 หมื่นล้านบาท) ได้ส่งผลให้เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงและกำลังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเศรษฐกิจมาเลเซียอย่างหนัก
หลังจากที่วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานข่าวคราวอื้อฉาวของนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย ต่อกรณีการโอนเงินจากกองทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ “วันเอ็มดีบี” เข้าบัญชีส่วนตัวกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.5 หมื่นล้านบาท) ได้ส่งผลให้เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงและกำลังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเศรษฐกิจมาเลเซียอย่างหนัก
แม้ว่า ราซัค จะปฏิเสธเรื่องข่าวอื้อฉาวนี้อย่างแข็งขันมาตลอด และระบุว่าเงินดังกล่าวมาจากผู้บริจาคมหาเศรษฐีใจดีชาวตะวันออกกลางที่ไม่ประสงค์ออกนามคนหนึ่ง แต่ล่าสุดอดีตนายกรัฐมนตรีฝีปากกล้าอย่างมหาเธร์ โมฮัมหมัด แห่งมาเลเซีย ได้ให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทมส์ ว่าเจ้าตัวไม่เชื่อว่าเงินดังกล่าวมาจากการบริจาคและไม่เชื่อว่าจะมีใครบริจาคเงินจำนวนเยอะขนาดนี้ให้ใครก็ตาม
“ผมคิดว่าบางทีนาจิบจำเป็นต้องลงจากตำแหน่ง เพราะทุกวันนี้เขาทำลายระบบกฎหมายไปแล้ว” มหาเธร์ กล่าว
จากเหตุอื้อฉาวของนาจิบดังกล่าว ส่งผลให้เศรษฐกิจมาเลเซียย่ำแย่ลงอย่างมาก โดยเฉพาะค่าเงินริงกิตของมาเลเซียได้อ่อนค่าลง 0.9% มาอยู่ที่ 4.2517 ริงกิต/เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 17 ปีทีเดียวอีกทั้งราคาน้ำมันและก๊าซที่ตกต่ำลงก็กระทบกับเศรษฐกิจมาเลเซียอย่างมาก เนื่องจากเป็นทรัพยากรที่สร้างรายได้เกือบ 30% ของรายได้รัฐบาล







