
จับตาเงินยูโร "เซฟเฮเว่น" ใหม่
จับตาเงินยูโรแหล่งลงทุนปลอดภัยแห่งใหม่ แข็งค่าขึ้นสวนตะกร้าเงินต่างประเทศ
จับตาเงินยูโรแหล่งลงทุนปลอดภัยแห่งใหม่ แข็งค่าขึ้นสวนตะกร้าเงินต่างประเทศ
ภายหลังจากที่เกิดความปั่นป่วนอย่างรุนแรงกับตลาดหุ้นทั่วโลก นำโดยตลาดหุ้นจีน ตลอดไปจนถึงภาวะการดิ่งตัวอย่างรุนแรงของค่าเงินประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่นั้น ล่าสุดบลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินยูโรกำลังจะกลายเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย หรือ เซฟ เฮเว่น แห่งใหม่แทนที่ โดยเห็นได้จากในขณะที่เกิดความปั่นป่วนขึ้นนั้น ค่าเงินยูโรได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นมากกว่า 4% แล้วเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นในช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นการแข็งค่ามากที่สุดในตะกร้าเงินต่างประเทศ ไม่ว่าจะเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐ เยน สวิส ฟรังก์ หรือปอนด์
รายงานชี้ว่า เริ่มมีสัญญาณถึงความเชื่อมั่นภายในกลุ่มยูโรโซนมากขึ้นหลังจากที่วิกฤตหนี้กรีซเริ่มคลี่คลายลงภายหลังจากที่กรีซและกลุ่มเจ้าหนี้ได้ข้อตกลงความช่วยเหลือก้อนใหม่เป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินยูโรอาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของยุโรป และทำให้ดัชนีเงินเฟ้อของยูโรโซนชะลอตัวลงไปอีก
“การไหลของนักลงทุนเข้าสู่เซฟ เฮเว่น ใหม่นั้นกำลังพุ่งเป้ามาที่เงินยูโร ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมาก เพราะว่าธนาคารกลางยุโรปเองไม่เพียงแต่ดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ยังพยายามที่จะทำให้เงินยูโรอ่อนค่าลงด้วย เพราะว่าเงินยูโรเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะกระตุ้นดัชนีเงินเฟ้อได้” ธูลันเหงียน นักวิเคราะห์จากธนาคารคอมเมิร์ซแบงก์ เอจี ในแฟรงก์เฟิร์ต กล่าว
ทั้งนี้ ภายหลังจากการปรับลดค่าเงินหยวนของจีนเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ได้ทำให้นักลงทุนหันไปทำแคร์รีเทรดด้วยการกู้เงินในรูปสกุลเงินยูโรแทน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) นั้นต่ำเกือบ 0% และนำไปลงทุนในตลาดอื่นที่มีผลตอบแทนสูงกว่า
“เพราะว่าเงินยูโรถูกนำไปใช้ในการทำแคร์รีเทรดในจีน ซึ่งมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น” นีล เมลเลอร์ นักวิเคราะห์จากธนาคาร แบงก์ ออฟ นิวยอร์ก เมลลอน คอร์ป กล่าว ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนว่า ถ้าหากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริงก็จะเป็นปัจจัยหนุนให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้นไปด้วย เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในยุโรปนั้นจะต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐ ซึ่งจะเป็นช่องให้เกิดการทำแคร์รีเทรดมากขึ้น







