
ตลาดเกิดใหม่โคม่า หุ้นดิ่ง-ค่าเงินยวบ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่เจอผลกระทบแรงจากทั้งสองด้าน ไม่ว่าจะเป็นความวิตกกังวลต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐเฟด และการเข้าแทรกแซงค่าเงินของจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นร่วมของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เมื่อวานนี้ใกล้แตะจุดต่ำสุดในรอบ 6 ปี ขณะที่ค่าเงินของกลุ่มประเทศนี้ก็อ่อนค่าลงอย่างรุนแรงและต่อเนื่องด้วย
ดัชนีเอ็มเอสซีไอ ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นร่วมของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ปรับลดลงไป 1.2% เมื่อวานนี้ ไปอยู่ที่ 830.33 จุด เมื่อเวลา 09.04 น. ตามเวลาในกรุงลอนดอนซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดตั้งแต่เดือน ส.ค. 2009 โดยนับตั้งแต่เมื่อเดือน เม.ย.นั้น ดัชนีเอ็มเอสซีไอของตลาดเกิดใหม่ร่วงลงไปแล้วถึง 22% ทีเดียว
รายงานระบุว่า กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่กำลังได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดทั้งตลาดหุ้น และค่าเงิน หลังจากที่เศรษฐกิจจีนได้เกิดการชะลอตัว ซึ่งจะทำให้ความต้องการสินค้าจากจีนลดลง อีกทั้งการหั่นค่าเงินหยวนลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ยังทำให้สินค้าจีนมีราคาถูกลงและเป็นการลดศักยภาพของสินค้าจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ด้วย
“ตลาดกำลังปั่นป่วนและกังวลอย่างแรงต่อความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับตลาดเกิดใหม่ และนักลงทุนก็ถอนทุนออกจากตลาดเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง” ไดสุเกะ อูโน หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ประจำธนาคารซูมิโตโมะ มิตซุย กล่าว
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของค่าเงินนั้น ค่าเงินลีราของตุรกีได้อ่อนตัวลงไปแตะที่ 3 ลีรา/เหรียญสหรัฐแล้ว หลังจากที่ตุรกีประสบกับปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง และปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งทำลายบรรยากาศของนักลงทุนอย่างมาก
ส่วนทางด้านคาซัคสถานนั้นค่าเงินเทนเกได้อ่อนตัวลงไปแตะ 257 เทนเก/เหรียญสหรัฐ จากระดับเดิมที่ราว 197 เทนเก/เหรียญสหรัฐ หลังจากที่ธนาคารกลางคาซัคสถานได้ประกาศยกเลิกการใช้มาตรการกำหนดระยะห่างของการขึ้นลงอัตราแลกเปลี่ยน หรือเทรดดิ้งแบนด์ไป ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงการเข้าร่วม “สงครามค่าเงิน” เพื่อกดให้ค่าเงินอ่อนลง
นอกจากนั้น ความวิตกกังวลต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน หลังจากที่มีการประกาศรายงานการประชุมของคณะเจ้าหน้าที่ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐครั้งล่าสุด ที่แม้ว่าจะไม่มีการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่ แต่ก็มีการย้ำว่าจะขึ้นอย่างแน่นอนในปีนี้
ด้านค่าเงินรูเบิ้ลของรัสเซียก็อ่อนตัวลง 0.5% เมื่อวานนี้ เป็นการอ่อนตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 6 ส่วนทางด้านค่าเงินริงกิตของมาเลเซียก็อ่อนตัวต่อเนื่องปรับลดลงอีก 0.8% ไปแตะจุดต่ำสุดตั้งแต่เดือน ส.ค. 1998 ที่ 4.1375 ริงกิต/เหรียญสหรัฐ
วันเดียวกัน บลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินหยวนของจีนปรับขึ้นเล็กน้อยเมื่อวานนี้ โดยเพิ่มขึ้น 0.1% ไปอยู่ที่ 6.3890 หยวน/เหรียญสหรัฐ เนื่องจากมีการคาดการณ์กันว่าธนาคารกลางจีนจะใช้มาตรการเข้าแทรกแซงเงินหยวนอีกครั้ง เพื่อเข้าควบคุมการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินหยวนอีกครั้งหนึ่ง
ทอมมี ซี นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารโอเวอร์ซีส์ ไชนีส แบงก์กิ้ง คอร์ป ให้ความเห็นว่า ธนาคารกลางจีนจะยังคงแทรกแซงต่อไป เนื่องจากธนาคารกลางจีนต้องการที่จะจัดการไม่ให้ค่าเงินหยวนอยู่เหนือความคาดหมายของตลาด และเพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะไม่เกิดภาวะตื่นตระหนกขึ้น
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางจีนได้ปรับลดอัตราอ้างอิงแลกเปลี่ยนเงินหยวนรายวันลงถึง 3 ครั้งติดต่อกัน ทำให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงอย่างรุนแรงที่สุดในรอบ 2 ทศวรรษทีเดียว โดยภายใต้มาตรการใหม่นั้น ธนาคารกลางจีนจะใช้วิธีการกำหนดอัตราอ้างอิงรายวันเพื่อกำหนดทิศทางการเปลี่ยนแปลงของเงินหยวน แทนที่จะเข้าแทรกแซงโดยตรง
ขณะเดียวกัน ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้กล่าวยกย่องต่อความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางเวียดนามเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ที่ได้ประกาศลดค่าเงินเงินด่องลงอีก 1% เมื่อเทียบกับ
ค่าเงินเหรียญสหรัฐ พร้อมกับประกาศขยายเทรดดิ้งแบนด์ของเงินด่องออกไปอีก 1% เป็น 3% ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการตอบรับกับสถานการณ์
หลังจากที่จีนได้ปรับลดอัตราอ้างอิงแลกเปลี่ยนเงินหยวนไปก่อนหน้า
โจนาธาน ดันน์ ผู้แทนไอเอ็มเอฟ ประจำเวียดนาม กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของธนาคารกลางเวียดนามมีส่วนช่วยที่จะทำให้เวียดนามบรรลุเป้าหมายในการรักษาระดับการเติบโตของเศรษฐกิจมหภาค และการสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับเวียดนามมากขึ้นด้วย







