
‘ไซยาไนด์’เกลื่อนบึ้มเทียนจิน
หลังระเบิดที่เทียนจิน ชาวบ้านหวั่นสารพิษปนเปื้อน เรียกร้องรัฐบาลรับผิดชอบ
หลังระเบิดที่เทียนจิน ชาวบ้านหวั่นสารพิษปนเปื้อน เรียกร้องรัฐบาลรับผิดชอบ
เหตุคลังสารเคมีระเบิดที่ท่าเรือเมืองเทียนจินของจีนเมื่อช่วงดึกคืนวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายแก่ประชาชนที่อยู่ในแถบนั้นเป็นอย่างมาก โดยสื่อท้องถิ่นของจีนระบุว่า โกดังที่ระเบิดเก็บสารโซเดียมไซยาไนด์ไว้ถึง 700 ตัน ซึ่งสารพิษดังกล่าวมีคุณสมบัติไวไฟและระเบิดได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับน้ำ ล่าสุดชาวบ้านในบริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าวมีความกังวลเรื่องสารพิษปนเปื้อนหลังการระเบิด อีกทั้ง
ผู้เสียหายและญาติผู้เสียชีวิตก็เรียกร้องความรับผิดชอบจากรัฐบาลและมาตรการการชดเชยที่เหมาะสมสำหรับหลายครัวเรือนที่เสียหาย
เอพีเปิดเผยว่า ล่าสุดพบซากผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 112 คนแล้ว ขณะที่ผู้บาดเจ็บกว่า 700 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และนักดับเพลิงอีก 85 คนหายสาบสูญ ทั้งนี้สำหรับสารพิษปนเปื้อนในบริเวณที่เกิดเหตุนั้น รัฐบาลจีนได้ส่งทหาร 3,000 นาย ลงพื้นที่ทำความสะอาดสารโซเดียมไซยาไนด์ที่รั่วไหลปนเปื้อนหลังเกิดเหตุระเบิด และได้กันผู้อาศัย นักข่าว และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องออกห่างจากบริเวณที่เกิดเหตุรัศมี 3 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยืนกรานว่าอากาศที่เมืองเทียนจินอยู่ในระดับปลอดภัย อีกทั้งกลุ่มกรีนพีซ องค์กรที่ดำเนินกิจการเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้ทำการทดสอบแหล่งน้ำ 4 แห่งในเมืองเทียนจิน ยังไม่พบสารเคมีปนเปื้อนในปริมาณที่สูงนัก แต่กระนั้นยังต้องมีการตรวจสอบซ้ำอย่างครอบคลุมทั้งสารปนเปื้อนทางอากาศและน้ำ และตีพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นทางการ ขณะที่ยังมีประชาชนอีกจำนวนหนึ่งเดินทางออกจากเมืองเทียนจินเนื่องจากยังกังวลเรื่องน้ำและอากาศ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของจีนถูกหลายฝ่ายกดดันให้อธิบายว่าเหตุใดจึงมีการอนุญาตให้คลังเก็บวัตถุอันตรายอยู่ใกล้บริเวณที่พักอาศัยของชาวบ้าน ทั้งที่ทางการจีนมีกฎว่าคลังเก็บวัตถุอันตรายต้องอยู่ห่างจากชุมชนและสิ่งก่อสร้างสาธารณะต่างๆ ไม่น้อยกว่า 1,000 เมตร
ทั้งนี้ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองเทียนจิน ญาติผู้เสียชีวิตรวมถึงชาวเน็ต รุมวิจารณ์เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ไม่มีความโปร่งใส อีกทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ตามตึกอาคารที่ได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดได้รวมตัวกันประท้วงรัฐบาล แต่ทางรัฐบาลระงับการวิพากษ์วิจารณ์หลังเหตุการณ์ระเบิดโดยสั่งปิด 50 เว็บไซต์ของจีน ข้อความที่โพสต์แนววิพากษ์วิจารณ์ตามสื่อโซเชียลมีเดียก็ถูกบล็อก โดยให้เหตุผลว่าเพื่อไม่ให้เป็นการสร้างความตื่นตระหนกโดยการเผยแพร่ข้อมูล
ข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง







