posttoday
การกลับมาของ ลานินญาสาวน้อยแห่งมหันตภัย

การกลับมาของ ลานินญาสาวน้อยแห่งมหันตภัย

11 กรกฎาคม 2553

...ทีมข่าวต่างประเทศ

เธอกลับมาแล้ว! หลังจากที่หายหน้าหายตาไปราวเกือบ 2 ปี และครั้งนี้เธอไม่ได้มาอย่างเงียบๆ แต่คาดว่าเธอหอบเอาความร้อนแรงและรุนแรงมาด้วย...

สิ่งที่กำลังพูดนี้คือ การกลับมาของปรากฏการณ์ “ลานินญา” ที่กำลังก่อตัวและส่งผลกระทบต่อโลกในอีกราว 23 เดือนข้างหน้านี้

องค์กรอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) รายงานว่า การก่อตัวของปรากฏการณ์ลานินญา โดยสังเกตได้จากอุณหภูมิของน้ำทะเลทางตอนกลางและทางตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกจะมีอุณหภูมิลดลงกว่าปกติ ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ต่างๆ ของโลก โดยเฉพาะทางฝั่งเอเชียมีฝน และสภาพอากาศที่หนาวเย็นกว่าปกติ

คำว่า ลานินญา มาจากภาษาสเปน ซึ่งหมายถึง “เด็กผู้หญิง” ขณะที่ เอลนินโญ มีความหมายว่า “เด็กผู้ชาย”

ทั้งนี้ สาวน้อยลานินญาเป็นปรากฏการณ์ที่มีลักษณะตรงกันข้ามกับเอลนินโญ คิดเปรียบเทียบง่ายๆ ไม่ต่างจากอุปนิสัยของความเป็นชายและหญิงที่ตรงกันข้ามกัน เมื่อเอลนินโญคือคลื่นปรากฏการณ์ความร้อนและแห้งแล้ง สาวน้อยลานินญาก็เป็นปรากฏการณ์ชุ่มช่ำและหนาวเย็น

แต่อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ทั้งสองมักจะเกิดขึ้นก่อนหลังติดต่อกันเสมอ

ส่วนระยะเวลาที่สาวน้อยลานินญาจะสร้างผลกระทบให้กับพื้นที่ต่างๆ ของโลกเฉลี่ยแล้วแต่ละครั้งจะอยู่ที่ราว 912 เดือน

ปรากฏการณ์ความผันผวนทางธรรมชาตินี้เกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกลดลงกว่าระดับปกติ โดยอยู่ที่ราว 7 องศาเซลเซียส ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้มีกำลังแรงกว่าปกติ ได้พัดพาผิวน้ำทะเลอุ่นจากทางตะวันออกไปสะสมอยู่ทางตะวันตกมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้บริเวณแปซิฟิกตะวันตกรวมทั้งบริเวณตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของเอเชีย ซึ่งเดิมมีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงกว่าทางตะวันออกอยู่แล้วยิ่งมีอุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นไปอีก อุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงขึ้นนี่เองที่ส่งผลให้อากาศเหนือบริเวณดังกล่าวมีการลอยตัวขึ้น และกลั่นตัวเป็นเมฆและฝน

“อากาศหนาวครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 20 ปี”

“ชาวมะกันสังเวยทอร์นาโด 50 ศพ”

2 หัวข้อข่าวข้างต้นเป็นตัวอย่างของผลกระทบที่สาวน้อยลานินญาเคยจารึกไว้ในความทรงจำ เมื่อครั้งที่เกิดขึ้นล่าสุดในช่วงระหว่างปี 25502551 นั่นคงมากพอที่จะทำให้เห็นภาพว่าสาวน้อยลานินญาร้อนแรงมากเพียงใด

ดังนั้น การก่อตัวและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในครั้งนี้กำลังสร้างแรงสั่นสะท้านให้กับชาวอเมริกันและชาวเม็กซิโกเป็นพิเศษ นั่นเพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเหมือนเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ระทมกับภาวะการรั่วไหลของแท่นขุดเจาะน้ำมันของบริษัท บริติช ปิโตรเลียม (บีพี) ให้ทวีมากขึ้นไปอีก

ลานินญาอาจส่งผลให้เกิดพายุเฮอริเคนในพื้นที่มหาสมุทรแอตแลนติกและแคริบเบียนมากขึ้น ซึ่งนั่นก็รวมถึงพื้นที่ในอ่าวเม็กซิโกด้วย

จากเดิมที่มีการคาดการณ์ว่าในช่วงฤดูมรสุมในแอตแลนติกจะมีพายุเฮอริเคนเกิดขึ้นราว 1423 ลูก โดยราว 37 ลูก จะมีความรุนแรงสูงมาก และอาจสร้างความเสียหายรุนแรงมากกว่าหายนะอันโหดร้ายจากพายุคาทรินาเสียอีก ดังนั้นเมื่อลานินญาก่อตัวขึ้นอีก นั่นหมายถึงฝันอันเลวร้ายอาจจะกำลังเกิดขึ้นจริง

นักอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า การกลับมาครั้งนี้อาจจะส่งผลกระทบกินเวลายาวนานไปจนถึงในช่วงต้นปี 2554

พื้นที่ที่ปกติแล้วค่อนข้างจะแห้งแล้งในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้ก็จะแห้งมากขึ้น พื้นที่ที่เดิมเคยชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝน ในครั้งนี้ก็จะเปียกปอนมากขึ้น พร้อมๆ กันกับโอกาสที่จะได้เผชิญหน้ากับความรุนแรงของทอร์นาโด ไซโคลน และพายุอื่นๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย

องค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติ (เอ็นโอเอเอ) ระบุว่า นี่เป็นสัญญาณเตือนให้โลกได้รู้ล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจจะมีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน พืชผล สาธารณูปโภค หรืออุตสาหกรรมต่างๆ และแทบไม่ต้องพูดถึงเลยว่าชีวิตของผู้คนจะอลหม่านวุ่นวายสักเพียงใด

นอกจากความที่ทางฝั่งอเมริกาต้องหวาดผวาแล้ว ยังมีอีก 2 ประเด็นที่ต้องจับตา คือ ความเสียหายของพื้นที่การเกษตรแหล่งปากท้องของชาวโลก และภัยธรรมชาติที่เป็นผลพวงตามมา

สาวน้อยแห่งมหันตภัยรายนี้มีอิทธิพลโดยตรงต่อพื้นที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างชัดเจน

ดับเบิลยูเอ็มโอ อีกกิ่งก้านสาขาหนึ่งของสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมทั้งอินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ เนปาล เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย ซึ่งในช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงฤดูมรสุมเป็นปกติ

แต่ ถ้าลานินญาปรากฏชัดเจนขึ้น มีโอกาสสูงมากที่มรสุมจะทวีกำลังเป็นพายุไซโคลน และส่งผลกระทบต่อบังกลาเทศและพื้นที่โดยรอบ นำไปสู่ภาวะน้ำท่วมและดินถล่มอย่างรุนแรง

ณ เวลานี้ฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปากท้องของชาวโลกเริ่มตื่นตัวและไม่เพิกเฉย ในฐานะเป็นผู้ผลิตพืชผลทางการเกษตรรายใหญ่เป็นอันดับที่ 8 ของโลก ทางกระทรวงเกษตรเริ่มทำการแจกจ่ายพันธุ์ข้าวที่มีความแข็งแกร่งและอดทนต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เพื่อเป็นการรับมือกับผลกระทบในเชิงลบต่อผลผลิตข้าวและชาวนาทุกชีวิต

แน่นอนว่าลานินญามีผลกระทบกับประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยถ้าเกิดในช่วงฤดูฝนนั่นจะทำให้เกิดฝนตกหนักมากกว่าปกติ และถ้าเกิดในช่วงฤดูหนาว อากาศในประเทศไทยก็จะเย็นลง และได้หยิบเสื้อกันหนาวออกมาใส่ได้สมใจ แต่ผู้คนในพื้นที่ต่างจังหวัดก็อาจจะต้องหนาวสะท้านกันเป็นทิวแถว และที่น่าห่วงก็เป็นผู้สูงอายุที่ต้องทรมานกับอากาศที่เย็นกว่าปกติ

ในกรณีที่ลานินญามาในช่วงฤดูร้อน ก็อาจจะทำให้หน้าร้อนไม่ได้ร้อนจัดจนเกินไป และมีฝนตกเล็กน้อย

ดังนั้น ขณะนี้ตามรายงานของดับเบิลยูเอ็มโอ คาดว่าปรากฏการณ์นี้จะส่งผลในอีก 23 เดือนข้างหน้า และกินเวลายาวต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2554 ซึ่งหมายถึงจะตรงกับในช่วงฤดูฝนและหนาวของไทยพอดิบพอดี

ปัญหาที่น่ากลัวมากที่สุดก็คงจะเป็นการเกิดในช่วงฤดูฝน ตราบใดที่สาวน้อยลานินญาเสกสรรน้ำฝนตกลงมาเหนือเขื่อน นั่นก็คงเป็นประโยชน์กับประเทศของเรา

แต่ถ้าเกิดสาวน้อยโบกเอาสายฝนมาใต้เขื่อนละก็ ชาวไทยคงจะได้นอนก่ายหน้าผากกันอีกครา เพราะนั่นอาจจะรุนแรงจนถึงพาให้หลายพื้นที่กลายเป็นเมืองบาดาล

ความก้าวหน้า เทคโนโลยี เป็นเครื่องมือบอกให้มนุษย์คาดเดากับอนาคต วันนี้เราเห็นเงาตะคุ่มและเสียงร่ำลือในการกลับมาอีกครั้งของลานินญา สาวน้อยที่อุ้มเอามหันตภัยมาเต็มอ้อมแขน และพร้อมจะทุ่มใส่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทยอย่างไร้ทางเลี่ยง

คงยังไม่สายเกินไปที่เราจะแทนที่ความตื่นกลัวกับสิ่งที่กำลังมาถึงด้วยการเตรียมการรับมือ อย่างน้อยเมื่อเราเลี่ยงภัยและความผันแปรแห่งธรรมชาติไม่ได้ เราก็ควรจะเตรียมรับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบและรัดกุมมากที่สุดดูจะเหมาะสมกว่า... วัวหายแล้วล้อมคอกไม่ใช่หรือ?

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์