
ขาดความเชื่อมั่น
นับเป็นครั้งแรกของกระทรวงพาณิชย์ ที่ออกมาคาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกของประเทศไทยจะติดลบในปี 2558 และติดลบมากถึง 3% แต่ก็ยังติดลบน้อยกว่าที่ภาคเอกชนมองไว้ โดยสมาคมผู้ส่งออกทางเรือคาดว่าจะติดลบหนัก 4.2%
นับเป็นครั้งแรกของกระทรวงพาณิชย์ ที่ออกมาคาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกของประเทศไทยจะติดลบในปี 2558 และติดลบมากถึง 3% แต่ก็ยังติดลบน้อยกว่าที่ภาคเอกชนมองไว้ โดยสมาคมผู้ส่งออกทางเรือคาดว่าจะติดลบหนัก 4.2%
มูลค่าส่งออกพลาดเป้าอย่างมาก จากตัวเลขคาดการณ์ของกระทรวงพาณิชย์เมื่อต้นปีไว้ว่าจะเติบโต 4% และกลางปีลดลงเหลือ 1.2% และล่าสุดมาติดลบ 3% ทั้งๆ ที่เมื่อเดือน ก.ค. รมว.พาณิชย์ เพิ่งออกมายืนยันว่าปีนี้การส่งออกแย่ที่สุด คงจะไม่ติดลบหรอก ซึ่งการออกมารับประกันขนาดนี้ แสดงว่าท่านไม่ยอมรับความจริง หรือไม่ทราบว่าการส่งออกของไทยอยู่ในภาวะวิกฤต เพราะเศรษฐกิจโลกเติบโตไม่เป็นอย่างที่คาด แถมราคาสินค้าเกษตรยังคงตกต่ำ และราคาน้ำมันร่วงลงอย่างต่อเนื่อง จะหายอดส่งออกมาจากที่ไหน
กระทรวงพาณิชย์ที่ดูแลและรับผิดชอบเรื่องการส่งออกโดยตรง คาดการณ์ตัวเลขห่างจากความจริงมากขนาดนี้ สะท้อนถึงผลงานสอบตก เพราะตั้งสมมติฐานในการจัดทำตัวเลขผิดพลาดไปอย่างมาก และไม่ได้พิจารณาปัจจัยแวดล้อมอย่างเป็นธรรม
เป็นที่ทราบและคาดการณ์กันอยู่แล้วว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้จะไม่ดีนัก โดยเฉพาะประเทศที่สั่งซื้อสินค้าจากไทยจำนวนมากอย่างจีน ก็มีอาการมาตั้งแต่ปี 2557 และต่อเนื่องถึงปีนี้ รวมถึงปีต่อๆ ไป แม้จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายครั้งแล้วก็ตาม ทั้งลดดอกเบี้ยนโยบายและลดเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ แต่ก็ยังไม่เห็นกระเตื้องขึ้น
ผู้ซื้อรายใหญ่อย่างจีน รวมถึงยุโรป และหลายประเทศในเอเชียกำลังซื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงมูลค่าการส่งออกของไทยที่ประกาศออกมาในแต่ละเดือน ล่าสุดเดือน มิ.ย. ส่งออกเพียง 18,162 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลงถึง 7.87% ส่งผลให้ยอดการส่งออกในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย.) มีมูลค่า 106,856 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 4.84% ถือเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดในรอบ 3 ปี 6 เดือน นับจากเดือน ธ.ค. 2554 ซึ่งติดลบ 8.15%
การปรับตัวเลขส่งออกบ่อยครั้ง และยอมรับความจริงช้าเกินไป จนภาคเอกชนล้ำหน้าไปหลายก้าว เราเห็นว่านอกจากจะทำให้ความน่าเชื่อถือน้อยลงแล้ว ยังจะทำตัวเลขของภาครัฐขาดความศักดิ์สิทธิ์ อ้างอิงไม่ได้เลย ซึ่งส่งผลกระทบให้ภาคธุรกิจโดยเฉพาะรายกลางและรายเล็กปรับตัวไม่ทันการณ์แม้ว่าจะได้ยินสัญญาณเตือนจากเอกชนรายใหญ่แล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงเชื่อมั่นตัวเลขและฝีมือของกระทรวงพาณิชย์ ยิ่งหากรายใดตัดสินใจขยายการลงทุน เพื่อรอโอกาสของตลาดกลับคืนมา จะสร้างความเสียหายอย่างมหันต์ ใครจะรับผิดชอบ
เราเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่กระทรวงพาณิชย์จะต้องยอมรับความจริงและบูรณาการข้อมูล เพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา มิเช่นนั้นเราอาจจะเห็นการปรับลดตัวเลขส่งออกลงอีกก็เป็นไปได้ เพราะตลาดสำคัญๆ สลบเหมือด ขณะเดียวกันผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์จะต้องออกแรงกอบกู้สถานการณ์ส่งออก อย่ามัวแต่โทษเศรษฐกิจโลกเพียงอย่างเดียวอีกเลย







