
อีคอนเดลี
สภาพเศรษฐกิจยุโรปเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวหลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ดำเนินนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) มาได้ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือน มี.ค.ปีนี้ โดยธนาคารขนาดใหญ่ 10 แห่ง ของยุโรป วัดจากขนาดทรัพย์สินมีรายได้รวมกัน 1.14 หมื่นยูโร (ราว 4.36 แสนล้านบาท) เมื่อไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 12% และเป็นสัดส่วนรายได้ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2011 อย่างไรก็ตาม รายงานของบลูมเบิร์กระบุว่า กลุ่มธนาคารรายใหญ่ยังต้องเผชิญกับผลกระทบในแง่ลบจากการควบคุมเงินทุนและการปล่อยสินเชื่อที่ชะลอตัว รวมถึงผลตอบแทนการลงทุนที่ลดลงจากพันธบัตรกลุ่มรัฐบาลยูโรโซนอีกด้วย
สภาพเศรษฐกิจยุโรปเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวหลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ดำเนินนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) มาได้ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือน มี.ค.ปีนี้ โดยธนาคารขนาดใหญ่ 10 แห่ง ของยุโรป วัดจากขนาดทรัพย์สินมีรายได้รวมกัน 1.14 หมื่นยูโร (ราว 4.36 แสนล้านบาท) เมื่อไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 12% และเป็นสัดส่วนรายได้ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2011 อย่างไรก็ตาม รายงานของบลูมเบิร์กระบุว่า กลุ่มธนาคารรายใหญ่ยังต้องเผชิญกับผลกระทบในแง่ลบจากการควบคุมเงินทุนและการปล่อยสินเชื่อที่ชะลอตัว รวมถึงผลตอบแทนการลงทุนที่ลดลงจากพันธบัตรกลุ่มรัฐบาลยูโรโซนอีกด้วย
ข้ามฟากมาทางด้านสหรัฐ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า สัดส่วนการขาดดุลการค้าสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 7% อยู่ที่ 4.38 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.557 ล้านล้านบาท) โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นผลจากค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่ามากขึ้น ส่งผลให้การส่งออกของสหรัฐชะลอตัวลง ขณะที่การนำเข้าเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายสำนักเชื่อว่า หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปจะ
ส่งผลให้อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ไม่เติบโตตามคาดการณ์ที่ 2.3%







