posttoday
เศรษฐกิจเกิดใหม่ค่าเงินวูบ! จีนเตือนครึ่งปีหลังนี้ยังแย่

เศรษฐกิจเกิดใหม่ค่าเงินวูบ! จีนเตือนครึ่งปีหลังนี้ยังแย่

03 สิงหาคม 2558

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ประเทศเขตเศรษฐกิจเกิดใหม่กำลังเผชิญหน้ากับการอ่อนค่าของค่าเงินอย่างรุนแรง นับตั้งแต่ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลกเมื่อปี 2009 เป็นต้นมา จนทำให้ธนาคารกลางหลายประเทศเริ่มวิตกกังวล และอาจจะต้องออกมาตรการบางอย่างเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

บลูมเบิร์กรายงานว่า  หลายประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ตั้งแต่เม็กซิโกไปจนถึงแอฟริกาใต้ และตุรกี เริ่มที่จะใช้มาตรการเข้าแทรกแซง ตลอดไปจนถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมไปถึงการส่งสัญญาณที่จะยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีคิวอีแล้ว

มอร์แกน สแตนเลย์ ธนาคารชื่อดังของสหรัฐที่ระบุว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางของประเทศเหล่านี้ กำลังถูกสถานการณ์บังคับให้ทำอะไรบางอย่าง ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ เตือนว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณว่าภาวะการอ่อนค่าของค่าเงินเหล่านี้จะยุติเมื่อไหร่

ตามดัชนีของบลูมเบิร์กซึ่งทำการติดตามสกุลเงิน 24 ประเทศของเขตเศรษฐกิจเกิดใหม่ พบว่าค่าเงินของประเทศเหล่านี้ปรับลดลงไปแล้วรวมถึง 8% ไปแตะจุดต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีการสำรวจมาตั้งแต่ปี 1993  และถือว่าเป็นปีที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 ด้วย โดยค่าเงินรูเบิ้ลของรัสเซีย ค่าเงินเปโซของโคลอมเบียและชิลี ตลอดไปจนถึงค่าเงินเรียลของบราซิล ได้ปรับลดลงมากที่สุด โดยแต่ละค่าเงินปรับลดลงไปมากกว่า 10% ขณะที่ค่าเงินเหรียญฮ่องกงปรับลดลงน้อยที่สุดที่ 0.02% เนื่องจากค่าเงินได้ผูกติดไว้กับค่าเงินเหรียญสหรัฐ

เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ค่าเงินรูเบิ้ลของรัสเซียได้อ่อนค่าลงไปอีก 3% ส่วนค่าเงินบาทของไทยก็อ่อนตัวแตะจุดต่ำสุดในรอบ 6 ปีเช่นกัน โดยรายงานระบุว่าเหตุผลหลักที่ทำให้ค่าเงินเหล่านี้อ่อนตัวลง เป็นผลมาจากแนวโน้มที่อัตราดอกเบี้ยในสหรัฐนั้นอยู่ในทิศทางขาขึ้น นอกเหนือจากที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของประเทศเหล่านี้อยู่ในช่วงที่ตกต่ำอย่างที่สุด

“ธนาคารกลางต่างๆ กำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะใช้ยุทธวิธีป้องกันค่าเงินที่เปราะบาง ก่อนที่เฟดจะเริ่มตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริงๆ” เจมส์ ลอร์ด นักยุทธศาสตร์การลงทุนในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ให้ความเห็น ขณะที่ คริสเตียน ดิเคลเมนติ ผู้จัดการการเงินจากบริษัท อัลไลแอนส์เบิร์สสไตน์ ในนิวยอร์ก ให้ความเห็นว่าประเทศที่พึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้ จำเป็นต้องรับความจริงครั้งใหม่นี้ให้ได้ แต่ทว่าก็อาจจะต้องใช้เวลา

อย่างไรก็ตาม ด้าน ปาโบล ซีซิลิโน ผู้จัดการการเงินประจำบริษัท สโตน ฮาร์เบอร์ อินเวสต์เมนต์ แนะว่า เนื่องจากประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้มีทุนสำรองระหว่างประเทศรวมกันสูงถึง 7.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าประเทศเหล่านี้ยังมีเครื่องมือที่จะใช้ควบคุมค่าเงินก่อนที่สถานการณ์จะยากเกินแก้ไข ซึ่งตราบใดที่อัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินเหล่านี้ยังยืดหยุ่นได้อยู่ ประเทศเหล่านี้ก็สามารถที่จะเลี่ยงวิกฤตได้

ทั้งนี้ ธนาคารเม็กซิโกได้เพิ่มมาตรการแทรกแซงค่าเงินแล้ว ด้วยการเปิดให้มีการขายเงินเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า เป็น 200 ล้านเหรียญสหรัฐ/วัน และคาดว่าจะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยด้วยในไตรมาส 3 นี้ ขณะที่ธนาคารกลางทั่วแอฟริกาก็ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้วเช่นกัน ส่วนในมาเลเซียได้มีการแทรกแซงค่าเงินด้วยการเทขายทุนสำรองระหว่างประเทศส่วนหนึ่งเพื่อพยุงค่าเงินริงกิต เป็นต้น

วันเดียวกัน ทางด้านธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ได้ออกโรงเตือนว่า แรงกดดันจากปัจจัยขาลงที่มีต่อเศรษฐกิจจีนจะยังคงมีอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งการเติบโตของการใช้จ่ายด้านโครงสร้างสาธารณูปโภค รวมไปถึงการส่งออกนั้นไม่น่าจะกระเตื้องขึ้นนัก

เช็งซ่งเช็ง ผู้อำนวยการด้านสถิติของพีบีโอซี ระบุว่า  จากการสำรวจยังพบว่าภาคธุรกิจของจีนยังมีมุมมองต่อธุรกิจในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมานี้ไม่ค่อยจะดีนัก และแรงกดดันจากทั้งความต้องการภายในประเทศและการส่งออก ตลอดจนการลงทุนและผลผลิตจากโรงงานที่ล้นตลาด จะทำให้เศรษฐกิจจีนในปีนี้เติบโตได้ที่ 7% เท่านั้น ถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 25 ปีทีเดียว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท