
อีคอมเมิร์ซเวียดนามแสนล้าน
เฟอร์นิเจอร์-แฟชั่นขายกระหน่ำ
โดย : ตะวัน หวังเจริญวงศ์
อีคอมเมิร์ซ เป็นช่องทางที่ผู้ประกอบการธุรกิจยุคใหม่ต่างศึกษา เพราะสามารถใช้เป็นเส้นทางพาธุรกิจของตัวเองออกไปสู่ต่างประเทศได้ง่าย ขณะเดียวกัน ผู้ที่มีธุรกิจในต่างประเทศอยู่แล้วก็สามารถทำอีคอมเมิร์ซควบคู่ไปด้วย เพื่อเพิ่มยอดขายให้ตัวเองผ่านอีกช่องทางหนึ่ง
ตลาดเวียดนาม ถือเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซที่น่าสนใจตลาดหนึ่งในอาเซียน เนื่องจากมีนักลงทุนเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมไอทีจำนวนมาก ส่งผลให้คนเวียดนามคุ้นชินกับสินค้าไอที ข้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีมากขึ้น แม้กระทั่งการใช้จ่ายในการเล่นเกมมือถือเมื่อปี 2557 ยังมีสัดส่วนสูงถึง 37% ของมูลค่าตลาดเกมมือถือในอาเซียน หรือเท่ากับมูลค่าตลาดเกมมือถือของไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ รวมกัน
Vietnam E-Commerce Report 2014 จัดทำโดยสำนักงานอีคอมเมิร์ซและไอที กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม ระบุว่า ปัจจุบันเวียดนามมีประชากรประมาณ 90.73 ล้านคน มีสัดส่วนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากถึง 39% ของจำนวนประชากร จากการแจกแบบสอบถามไปยังกลุ่มตัวอย่าง 900 คน พบว่า 36% ใช้อินเทอร์เน็ตนานวันละ 3-5 ชั่วโมง และมีมากถึง 21% ที่ใช้อินเทอร์เน็ตวันละมากกว่า 9 ชั่วโมง
รายงาน ระบุด้วยว่า ปัจจุบันเวียดนามมีผู้ซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ 58% ของจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต มีอัตราการใช้จ่ายผ่านออนไลน์ราว 145 เหรียญสหรัฐ/คน/ปี หรือราว 5,058 บาท ขณะที่ประมาณการรายได้ตลาดการซื้อขายระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) ปี 2557 อยู่ที่ 2,970 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.03 แสนล้านบาท
จากการสำรวจผ่านแบบสอบถามยังพบว่า สินค้าที่ผู้ตอบแบบสอบถามชาวเวียดนามนิยมซื้อผ่านช่องทางออนไลน์มากที่สุด ได้แก่ สินค้าเทคโนโลยี มีผู้ตอบแบบสอบถาม 60% ที่ซื้อสินค้าเทคโนโลยีผ่านช่องทางออนไลน์ เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่มีเพียง 35% เท่านั้น สินค้าอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก คือสินค้าเสื้อผ้าและเครื่องสำอาง โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามราว 60% ซื้อสินค้ากลุ่มนี้ผ่านออนไลน์เช่นกัน
ขณะที่สินค้ายอดนิยมผ่านช่องทางออนไลน์ของไทยอย่างสินค้ากลุ่มท่องเที่ยว กลับไม่ได้มีความนิยมสูงนักในเวียดนาม มีเพียงผู้ตอบแบบสอบถามราว 25% ที่ซื้อตั๋วเครื่องบินผ่านช่องทางออนไลน์ และราว 21% ที่จองทัวร์และห้องพักโรงแรมผ่านออนไลน์
สำหรับช่องทางสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ได้แก่ เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ 71% โซเชียลเน็ตเวิร์ค 53% ขณะที่แอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือยังมีผู้ใช้บริการเพียง 13% เท่านั้น
รายงาน ระบุว่า ช่องทางการจ่ายเงินที่ได้รับความนิยมนั้น ยังคงเป็นการจ่ายเงินสด เมื่อส่งสินค้ามาถึง 64% อย่างไรก็ดี แนวโน้มการจ่ายเป็นเงินสดลดลงจากการสำรวจเมื่อปี 2556 ราว 10% การจ่ายเงินผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 8% สู่ 37% ขณะที่การโอนเงินหรือตัดเงินผ่านบัญชีธนาคาร ลดลงจาก 41% เหลือ 14%
ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ของชาวเวียดนาม ได้แก่ ชื่อเสียงของผู้ขายหรือเว็บไซต์ 81% ราคา 80% วิธีการสั่งซื้อ วิธีการจ่ายเงิน วิธีการจัดส่งสินค้า 68% แบรนด์ของสินค้าและบริการ 64% และการออกแบบเว็บไซต์ 23%
อย่างไรก็ดี ชาวเวียดนามถึง 81% ระบุว่า ปัญหาหลักที่พบจากการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์ คือคุณภาพของสินค้าหรือบริการเหล่านั้นมักไม่ได้เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ 51% ระบุว่าการบริการจัดส่งสินค้ายังไม่เป็นมืออาชีพ และ 46% รู้สึกว่าราคายังสูงเกินไป
เหตุผลข้างต้นค่อนข้างสอดคล้องกับเหตุผลของผู้ที่ยังไม่เคยซื้อสินค้าออนไลน์ โดย 78% ระบุว่า การซื้อสินค้าออนไลน์นั้นตรวจสอบคุณภาพได้ยาก
นอกจากนี้ จากการสำรวจผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซแล้ว 1,350 เว็บไซต์ พบว่า 69% เจาะตลาดเฉพาะในประเทศ 13% เจาะตลาดทั่วโลก 14% เจาะตลาดเฉพาะในจังหวัด และ 5% เจาะตลาดจังหวัดใกล้เคียงด้วย
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจสินค้าแฟชั่นและเครื่องสำอางมากที่สุด 28% ตามด้วยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าในครัวเรือน 25% อาหารและเครื่องดื่ม 19% คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงาน 19% อุตสาหกรรมและการก่อสร้าง 17%
ข้อมูลจากการประชุมธนาคารอาเซียน 2556 ระบุว่า ในเวียดนามมีธนาคารที่ให้บริการ e-banking แล้ว 30 ราย ซึ่ง e-banking ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมอีคอมเมิร์ซให้เติบโต
ข้อมูลธุรกิจอีคอมเมิร์ซในเวียดนาม ถือเป็นข้อมูลสำคัญในการสร้างโอกาสของธุรกิจไทยที่ต้องการเปิดตลาดออนไลน์ในเวียดนาม การเติบโตของเมืองฐานการผลิตสินค้าไอทีที่มีประชากรกว่า 90 ล้านคน ถือเป็นสิ่งที่ผู้มีความพร้อมไม่ควรพลาด สำหรับผู้ที่อยากลองขายสินค้าให้ชาวเวียดนามโดยยังไม่มีธุรกิจอยู่ที่นั่น อาจจับตลาดสินค้าที่ขายได้ในเวียดนาม โดยชูความแปลกใหม่ สร้างรายได้เพิ่มให้แก่ตัวเอง







