posttoday
เปิดปมอีเมลลับ แฉนักวิทย์กุเหตุโลกร้อนเกินจริง

เปิดปมอีเมลลับ แฉนักวิทย์กุเหตุโลกร้อนเกินจริง

08 กรกฎาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — คณะสอบสวนกรณีอื้อฉาว “ไคลเมตเกต” เตรียมเปิดเผยข้อมูลอีเมลลับของนักวิทยาศาสตร์ที่กลายเป็นกรณีอื้อฉาวเมื่อปีที่แล้ว

เอพี รายงานว่า คณะกรรมการสอบสวนอิสระ เตรียมเปิดเผยเนื้อหาในอีเมลนับพันฉบับของนักวิทยาศาสตร์ของหน่วยงานวิจัยด้านสภาพอากาศ (ซีอาร์ยู) มหาวิทยาลัยอีสต์ แอเลีย ในอังกฤษ ในวันที่ 8 ก.ค. หลังจากที่ข้อมูลดังกล่าวถูกแฮกเกอร์โจรกรรมไปเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตเมื่อปีที่แล้ว โดยบรรดานักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยคลายความตื่นตระหนกเรื่องอันตรายของภาวะโลกร้อน

กรณีอื้อฉาวครั้งประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในวงการวิทยาศาสตร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า “ไคลเมตเกต” (Climate Gate) ถูกเปิดเผยเมื่อปีที่แล้ว ก่อนหน้าที่จะเปิดฉากการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ไม่กี่สัปดาห์ ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนไม่น้อยบนเวทีของผู้นำทั้ง 192 ประเทศ ที่มาร่วมคุยกันเพื่อบรรลุข้อตกลงในการคลอดสนธิสัญญาฉบับใหม่เพื่อทดแทนพิธีสารเกียวโตที่กำลังจะหมดอายุลง

ทั้งนี้ จากเนื้อความในอีเมลส่วนตัวร่วม 1,000 ฉบับ และเอกสารอีก 3,000 ฉบับที่แฮกเกอร์ล้วงข้อมูลมาได้นั้น แสดงให้เห็นว่านักวิทยาศาสตร์ผู้ทรงอิทธิพลของอังกฤษและสหรัฐกลุ่มหนึ่งได้แอบคุยกันอย่างลับๆ มานานนับสิบปีแล้วว่า จะทำอย่างไรถึงจะนำเอาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ (ที่เป็นจริง) มาทำให้ดูเหมือนว่าภัยคุกคามจากภาวะโลกร้อนนั้น “เลวร้ายกว่าความเป็นจริงมาก”

ยิ่งกว่านั้น นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ยังพยายามทำลายข้อมูลและกลั่นแกล้งกีดกันเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ด้วยกันที่ไม่เห็นด้วยว่าอุณหภูมิโลกจะร้อนขึ้นเพราะน้ำมือมนุษย์

ยกตัวอย่าง กรณีการที่อีเมลของ ฟิล โจนส์ ผู้อำนวยการหน่วยงานวิจัยแห่งนี้ ส่งถึงเพื่อนร่วมงานรั่วไหลออกมา โดยเนื้อหาในอีเมลฉบับดังกล่าวระบุว่า ให้เพื่อนนักวิทยาศาสตร์ปกปิดข้อมูลที่ศึกษาพบว่าอุณหภูมิของโลกกำลังลดลง และไม่ได้สูงขึ้นเพราะโลกร้อน ตามที่มีการนำเสนอประโคมข้อมูลกันก่อนหน้านี้

ทว่าแม้ภายหลังถูกเปิดโปงโจนส์จะออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้บิดเบือนข้อมูลและตั้งใจจะเผยแพร่ข้อมูลที่หลอกหลวงและไม่เป็นความจริง แต่ที่สุดแล้วโจนส์ก็ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง

ขณะที่ มูอีร์ รัสเซล ผู้บริหารระดับสูงของสถาบันต้องกลายเป็นจำเลยในการสอบสวนกรณีอื้อฉาวดังกล่าวเป็นรายที่ 3 ด้วย ซึ่งจากการสอบสวนทั้งสองครั้งที่ผ่านมาเมื่อปลายเดือน มี.ค. และ เม.ย. ยังไม่พบหลักฐานและข้อมูลที่พิสูจน์ได้ว่านักวิทยาศาสตร์ของซีอาร์ยูกระทำผิดและจงใจบิดเบือนเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง

กระนั้นก็ตาม หลังจากที่ข้อมูลจากอีเมลดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา ทำให้หลายคนเริ่มเกิดความแคลงใจว่ากระแสภาวะโลกร้อนที่เป็นที่ตื่นตัวในหลายประเทศในช่วงหลายปีมานี้ จะเป็นเพียงเรื่องแหกตา ชาวโลกครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์เรื่องหนึ่งหรือไม่

ด้านรัฐสภาของอังกฤษ ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับกรณีอื้อฉาว “ไคลเมตเกต” นำข้อมูลเบื้องต้นที่มี รวมทั้งวิธีการในการศึกษางานวิจัยของตัวเองออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ ก็เพื่อหวังจะล้างมลทินและทำให้นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้พ้นจากข้อครหาเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถประเมินได้ถึงผลกระทบจากการรายงานกรณีอื้อฉาวดังกล่าวอย่างกว้างขวางของสื่อในอังกฤษและสหรัฐว่าจะส่งผลอย่างไร

ทว่าจากผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่อายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 1,822 คน ของ Ipsos MORI ระหว่างเดือน ม.ค.มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ชาวอังกฤษที่เชื่อว่าสภาวะอากาศโลกกำลังเปลี่ยนแปลง ลดลงจากเมื่อ 5 ปีแล้ว มาอยู่ที่ 78% จากเดิมอยู่ที่ 91% เช่นเดียวกับจำนวนผู้ที่ยังคงกังวลกับสภาวะโลกร้อน ก็ลดลงจากผลการสำรวจเมื่อปี 2005 ที่สูงถึง 82% มาอยู่ที่ 71%

ขณะที่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า กรณีอื้อฉาวที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้การปกปิดข้อมูลของเหล่านักวิจัยเพื่อไม่ให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

พร้อมกันนี้ กรณีดังกล่าวยังส่งผลให้กลุ่มนักวิจัยที่เชื่อมั่นว่าการกระทำของมนุษย์จะเป็นอันตรายและเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ต้องทำงานวิจัยนั้นอย่างระมัดระวังและถี่ถ้วนมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง