
เตือนหุ้นจีนดิ่งเหวได้อีก14%
นักวิเคราะห์มองตลาดหุ้นจีนส่อแววร่วงฉุดไม่อยู่ อาจร่วงลงอีก 14% ใน 3 สัปดาห์
นักวิเคราะห์มองตลาดหุ้นจีนส่อแววร่วงฉุดไม่อยู่ อาจร่วงลงอีก 14% ใน 3 สัปดาห์
ทอม เดอมาร์ก ผู้ก่อตั้งของเดอมาร์ก อนาไลติกส์ บริษัทข้อมูลการลงทุนและการวิจัยในแอริโซนา คาดการณ์ว่าดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนจะปรับตัวลดลงอีกถึง 14% ในช่วงระยะเวลา 3 สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากมองว่าในขณะนี้รูปแบบการซื้อขายของตลาดหุ้นจีนมีลักษณะเดียวกับการปรับตัวลดลงอย่างหนักของตลาดหุ้นสหรัฐในปี 1929
เดอมาร์ก ระบุว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตจะลงไปอยู่ที่ระดับ 3,200 จุด หลังจากที่ดัชนีในวันที่ 27 ก.ค. ปรับตัวลดลงไป 8.5% อยู่ที่ 3,725.56 จุด ซึ่งเป็นการร่วงลงแรงในรอบหนึ่งวันที่มากที่สุดในรอบ 8 ปี
“คุณไม่สามารถที่จะเข้าไปบิดเบือนตลาด เพราะพื้นฐานที่เป็นจริงจะเป็นตัวกำหนดตลาด” เดอมาร์ก ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ที่ให้คำปรึกษาให้กับกองทุนบริหารความเสี่ยง (เฮดจ์ฟันด์) ต่างๆ ซึ่งหมายรวมถึงกองทุนของจอร์จ โซรอส ด้วยกล่าว
ขณะเดียวกัน สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีเปิดเผยรายงานอ้างนักวิเคราะห์ก็ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่ายังไม่เห็นสัญญาณที่การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นจีนจะยุติลง
“จีนนั้นอาจจะเป็นหนึ่งในตลาดที่ใช้เงินกู้มากที่สุด ซึ่งการที่ได้เห็นสถานการณ์ที่ผ่อนคลายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นอาจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเร็วเกินไป และตอนนี้ผมก็ยังไม่คิดว่า คุณอยู่ในจุดที่จะได้รับการสนับสนุนด้วย” คริส คอนสแตนสินอส ผู้อำนวยการด้านการจัดการพอร์ตระหว่างประเทศของริเวอร์ฟรอนต์์ อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป กล่าว
คำกล่าวเหล่านี้มีขึ้นท่ามกลางดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยในวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีดังกล่าวปิดตลาดปรับตัวลดลง 1.68% หรือ 62.56 จุด ปิดที่ 3,663 จุด นับเป็นการปิดตลาดลดลงต่อเนื่อง แม้ว่าทางการจีนจะเดินหน้าให้คำมั่นว่าจะสร้างเสถียรภาพในตลาดก็ตาม
รอยเตอร์ส รายงานว่า คณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (ซีเอสอาร์ซี) ได้ปฏิเสธคำกล่าวที่ว่า ผู้กำหนดนโยบายกำลังจะยกเลิกมาตรการสนับสนุน พร้อมให้คำมั่นด้วยว่าจะเข้าซื้อหุ้นเพื่อสร้างเสถียรภาพในตลาด และจะจัดการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการยืมหุ้นคนอื่นมาขาย (การขายชอร์ต) ที่มุ่งร้าย
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ระบุว่า จะอัดฉีดเข้าสู่ตลาดเงินจำนวน 5 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.73 แสนล้านบาท) นับเป็นการเพิ่มสภาพคล่องมากที่สุดตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. พร้อมกันนี้พีบีโอซียังระบุด้วยว่า จะใช้เครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายเพื่อรักษาระดับสภาพคล่องที่เหมาะสม อันเป็นสัญญาณที่สะท้อนว่าจะมีการออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินมาเพิ่มเติมอีก







