
'ความลับรั่วไหล'
ข่าวสำคัญในวงการรถยนต์เกาหลีเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ได้ปะทุความจริงทางธุรกิจอันแสนจะอ่อนไหว
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
ข่าวสำคัญในวงการรถยนต์เกาหลีเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ได้ปะทุความจริงทางธุรกิจอันแสนจะอ่อนไหวที่เกิดขึ้นระหว่างเกาหลีกับจีนที่มานานและต่อเนื่อง นั่นคือ “การโจรกรรมข้อมูลทางธุรกิจ” ตั้งแต่รูปแบบดีไซน์สินค้า ไปจนถึงเทคโนโลยีการผลิต...สัปดาห์ก่อน ตำรวจกรุงโซลได้เข้าจับกุม “นายคิม” อดีตพนักงานของบริษัท “ฮยอน-เด” (ไทยเรียก “ฮุนได”) และ “นายคว๊าก” หัวหน้าแผนกของบริษัทดีไซน์แห่งหนึ่ง ในข้อหาขโมยแบบดีไซน์ (Blueprints) รถยนต์ของ “ฮยอนเด มอเตอร์” ไปขายให้แก่บริษัทผลิตรถยนต์ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของจีน...
จากการสอบขยายผลพบว่า หนึ่งในผู้ต้องหาเคยเป็นพนักงานของบริษัทออกแบบที่ทำหน้าที่ออกแบบรถยนต์ให้แก่ “ฮยอนเด มอเตอร์ และ เกียร์ มอเตอร์” หลังเกษียณอายุแล้วเขาได้เข้าทำงานในบริษัทออกแบบที่หนึ่งและถูกส่งไปเป็นทีมออกแบบให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์จีนในช่วงเดือน มี.ค.-ก.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงที่มีการ “ถ่ายโอนข้อมูลลับ” ทางอุตสาหกรรมรถยนต์ของ “ฮยอนเด มอเตอร์” ซึ่งเป็นแบบรถยนต์ถึง 30 รุ่น และความลับทางเทคนิคอื่นๆ อีก รวม 130 เรื่อง ...แบบที่ถูกขโมยไปนี้รวมแบบของรถยนต์รุ่นใหม่ที่ยังไม่ออกผลิตจำหน่ายด้วย เรียกว่า ความลับทางธุรกิจรั่วไหลไปมหาศาล ซึ่งหากผู้ผลิตจีนนำไปผลิต ความเสียหายจะเกิดขึ้นกับธุรกิจเกาหลีถึง 61 ล้านเหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องทั้งที่เป็นพนักงานบริษัทเดิมและบริษัทใหม่อีกกว่า 20 คน ที่ปกปิดหรือให้ความช่วยเหลือแก่ นายคิมและนายคว๊าก... นับเป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่เตือนภัยทางธุรกิจให้แก่เจ้าของกิจการ โดยเฉพาะกิจการที่ต้องเก็บงำความลับที่ทำให้กิจการของตนเองมีมูลค่าสูงกว่าคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบสินค้าใหม่ กระบวนการผลิต สูตรการคำนวณต่างๆ หรือแม้แต่สูตรอาหาร ซึ่งเจ้าของต้องปิดห้องปรุงส่วนประกอบที่สำคัญเอง ...อาหารเกาหลีที่เป็นแฟรนไชส์มาจากเกาหลีหลายๆ ที่ ทุกวันนี้เจ้าของสูตรที่เกาหลีจะส่งเครื่องปรุงมาให้เป็นชุดๆ สำเร็จรูป เปิดขายให้ลูกค้าได้ทันที เราไม่รู้สูตรของเขาหรอกค่ะ
เรื่องนี้ทำให้ย้อนระลึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อนขึ้นมาได้ เป็นเรื่องของเพื่อนร่วมงานเกาหลีในบริษัทเดียวกันกับ “เชกา” บริษัทแม่ที่เกาหลีส่งเขามาดูแลงานด้านวิศวกรรมในเมืองไทย เขาเป็นผู้ที่มีความรอบรู้ในงาน มีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก เป็นที่รักแก่ลูกน้องคนไทยและผู้ร่วมงาน ทั้งภรรยาและลูกก็ดีไม่เคยสร้างปัญหาจุกจิกกวนใจเหมือนกับภรรยาเกาหลีคนอื่นๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อหมดวาระกลับไปทำงานที่บริษัทแม่ได้พักหนึ่งก็ลาออกไปอีกบริษัทหนึ่งซึ่งเป็นคู่แข่งกับบริษัทเรา...ในบริษัทใหม่นี้ เขาได้รับการแต่งตั้งไปเป็นประธานบริษัทสาขาในจีน...แล้วมหากาพย์แห่งชีวิตก็เริ่มขึ้น
วันหนึ่งขณะที่กำลังเดินทางออกจากสนามบินอินชอนกลับไปเซี่ยงไฮ้ เขาถูกจับกุมตัว ตำรวจแจ้งข้อหาว่า จารกรรมข้อมูลบริษัทเกาหลีไปให้บริษัทจีน เมื่อเปิดโน้ตบุ๊กที่ติดตัวไปก็พบหลักฐานเพียบ คือ “ข้อมูลความลับทางการผลิตของบริษัทเก่าทั้งหมด” ทำให้เขาต้องโทษจำคุกนาน 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา เสียคน เสียประวัติไปเลยค่ะ...เกาหลีถือความลับของบริษัทเป็นเรื่องสำคัญและความเสียหายที่เกิดขึ้นมิใช่เป็นเพียงความเสียหายของบริษัท แต่เป็นความเสียหายของชาติด้วย...ว่าแล้ว เราน่าจะถึงเวลากลับมาทบทวนระบบความปลอดภัยของ Intellectual Property ของกิจการอีกครั้งกันดีไหมคะ...







