
ทองดิ่งเหวต่ำสุดรอบ 5 ปี ผวาเฟดขึ้นดอกเบี้ย!
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ราคาทองคำปรับตัวลดลง 1.7% ในการซื้อขายเมื่อเวลา 10.32 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงลอนดอน ในวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา ติดต่อกันเป็นวันที่ 6 โดยอยู่ที่ 1,114.72 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ภายหลังจากปรับตัวลดลงมากถึง 4.2% อยู่ที่ 1,086.18 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ซึ่งเป็นราคาต่ำที่สุดในรอบกว่า 5 ปี นับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2010
บลูมเบิร์ก รายงานว่า นักลงทุนต่างลดสัดส่วนการลงทุนในทองคำจนต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งรัฐบาลสหรัฐเริ่มทำการเก็บสถิติมา รวมถึงยังลดสัดส่วนการลงทุนในแร่แพลทินัม เงิน และพัลเลเดียม อีกด้วย โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการถอนทุนจากสินทรัพย์ต่างๆ ดังกล่าวราว 2,100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.2 หมื่นล้านบาท) มากที่สุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค.
ด้านคณะกรรมการซื้อขายสินทรัพย์ล่วงหน้าของสหรัฐ เปิดเผยว่า ราคาการซื้อขายทองคำล่วงหน้าระยะยาวปรับตัวลดลงไป 39% ในช่วงสัปดาห์ก่อนวันที่ 14 ก.ค.
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่ เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยืนยันการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2006 อย่างแน่นอน ภายในปี 2015 นี้ ภายหลังจากภาพรวมเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะรองรับการขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าว
ขณะที่ธนาคารบาร์เคลย์ส พีแอลซี เปิดเผยคำแนะนำแก่นักลงทุนว่า ควรจะลงทุนในทองคำระยะสั้น และหันไปลงทุนในเงินเหรียญสหรัฐในระยะยาวมากกว่า
ขณะเดียวกัน ค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวแข็งค่าเทียบค่าเงินหลักที่สุดในรอบ 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมาด้วย
รอบ ฮาวอร์ธ นักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโส ยูเอส แบงก์ เวลธ์ แมเนจเมนต์ ของสหรัฐ เปิดเผยว่า ตลาดทองคำคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะอยู่ที่เดือน ก.ย.ที่จะถึงนี้ โดยแม้แต่วิกฤตหนี้กรีซและการชะลอตัวของจีนก็ไม่อาจช่วยเพิ่มราคาทองคำได้
นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของราคาทองคำดังกล่าวยังเกิดขึ้นภายหลังจากที่ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) เปิดเผยข้อมูลการซื้อทองคำอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2009 โดยระบุว่าจีนมีทองคำสำรองเพิ่มขึ้น 57% เป็น 1,658 ตัน จากปี 2009 ที่อยู่ที่ 1,054 ตัน
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นดังกล่าวนับว่าน้อยกว่าการถือครองทองคำอย่างก้าวกระโดดจากปี 2003 ไป 2009 ถึง 75% แม้จีนจะเป็นผู้ถือทองคำอันดับ 5 ของโลกก็ตาม รวมถึงการเพิ่มขึ้นของราคาทองคำดังกล่าวยังน้อยกว่าที่บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ในขณะเดียวกันจากการปรับตัวลดลงของราคาทองคำดังกล่าว ส่งผลให้ดัชนีตลาดเกิดใหม่เอ็มเอสซีไอปรับตัวลดลงไปตาม 0.5% จากหลักทรัพย์ของบริษัท ซิจิน ไมนิ่ง กรุ๊ป บริษัททองคำขนาดใหญ่
ของจีน และอังโกลโกลด์ อชานติ แอลทีอี จากแอฟริกาใต้ ปรับตัวลดลงมากกว่า 4.5%
ด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.1% ผ่าน 4,000 จุด ไปอยู่ที่ 4,001.05 จุด เมื่อเวลา 10.18 น. ตามเวลาท้องถิ่นเซี่ยงไฮ้ ของวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจากจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ก่อนปิดตลาดที่แดนบวก 0.88% หรือ 3,992.11 จุด
อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีดังกล่าวจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่เอกชนทั้งหมด 633 บริษัทต่างระงับการซื้อขายในวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา หรือคิดเป็น 22% ของจำนวนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าวทั้งหมด อย่างไรก็ตามนับว่าจำนวนบริษัทที่ระงับการซื้อขายปรับตัวลดลงจากเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งระงับซื้อขายทั้งหมด 635 บริษัท
ด้านดัชนีสต๊อกซ์ 600 ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางตลาดเกิดใหม่ 0.5% ติดต่อกันเป็นวันที่ 9 ซึ่งถือเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันยาวที่สุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2014 จากการควบรวมกิจการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยดัชนีดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.3% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค.







