
Chugoku 27
ปราสาทมัทสึเอะ เป็นปราสาททรง Borogata หรือหอระวังภัย (Watchtower) มองจากภายนอกจะเห็นเป็น 5 ชั้น
ปราสาทมัทสึเอะ เป็นปราสาททรง Borogata หรือหอระวังภัย (Watchtower) มองจากภายนอกจะเห็นเป็น 5 ชั้น แต่ภายในมี 6 ชั้น เชื่อมต่อกับหอหลังเล็ก หรือคลังสินค้า (Yagura) โดยตรง ปราสาทแนวนี้มีชื่อเรียกว่า Fukugoshiki แต่ถ้าปราสาทหลักกับหอย่อยอยู่ห่างกันไม่มากและมีทางเชื่อมถึงกันเรียกว่า Renketsushiki ดูตัวอย่างได้จากปราสาทนาโกย่า หรือปราสาทมัทสึโมโตะ และถ้ามีอาคารย่อยมากกว่าหนึ่งแห่งและอยู่แยกห่างออกไปแบบที่ปราสาทฮิเมจิ หรือปราสาทวาคะยามะ แบบนี้เรียกว่า Renritsushiki ส่วนปราสาทโดดๆ ที่ไม่มีอาคารบริวารเลยเรียกว่า Dokuritsushiki เช่น ปราสาทโคจิ หรือปราสาทมารุโอกะ เป็นต้น
ปราสาทในญี่ปุ่นยังแบ่งตามตำแหน่งที่ตั้งออกเป็นอีก 3 ลักษณะ คือ ปราสาทที่ก่อสร้างอยู่บนภูเขา (Mountain Top) ปราสาทแบบนี้เวลาข้าศึกจะเข้าตีก็ต้องเสียกำลังมาก เช่น ปราสาทกิฟุ ปราสาทอิวะคุนิ หรือปราสาททาเคดะ ปราสาทหลายแห่งในปัจจุบันได้สร้างกระเช้า หรือเคเบิลคาร์ ไว้อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวเพราะเดินขึ้นกันไม่ไหว แบบที่สอง คือ ปราสาทที่สร้างบนเนิน (Hill Top) อย่างเช่น ปราสาทคุมาโมโตะ ปราสาทโอคะยามะ ปราสาทอินุยามะ และแบบที่สาม คือ ปราสาทที่สร้างบนพื้นราบ (Flatland) เช่น ปราสาทนิโจ้ ปราสาทนาโกย่า ปราสาทมัทสึโมโตะ สำหรับปราสาทมัทสึเอะ ที่เรากำลังจะเข้าไปชมก็จัดอยู่ในแบบที่สอง คือ ปราสาทบนเนิน ที่เดินกันเอาเรื่องพอสมควร แต่พอเดินขึ้นไปจนสุดเนิน โอ้โฮ! ภาพปราสาทสีดำตัดกับท้องฟ้าสีสดและต้นไม้สีเขียวจัดที่ตรงหน้ามันสุดยอดจริงๆ ปราสาทอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มากประกอบกับเป็นวันที่อากาศดีฟ้าเป็นฟ้า ถ่ายภาพออกมาสวยไม่มีที่ติ
เราเดินผ่าน Yagura หรือคลังสินค้าที่อยู่ด้านหน้าปราสาท ซึ่งมีไว้ใช้เก็บรักษาได้ตั้งแต่เสบียงไปจนถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ โครงสร้างค้ำยันภายในเป็นท่อนไม้ขนาดใหญ่ ภายในปราสาทยังรักษาสภาพเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี ก่อนเข้าตัวปราสาทต้องถอดรองเท้าเก็บเข้าตู้ที่เขาจัดไว้ให้ การขึ้นลงยังต้องใช้บันไดไม้ของดั้งเดิมที่ทั้งลื่นและชัน ใครใส่ถุงเท้าเดินนี่ต้องระวังเป็นอันมาก พอเดินขึ้นมาก็เจออุปกรณ์ดำรงชีพต่างๆ อาทิ ตะกร้าขนาดใหญ่ไว้ใส่สัตว์เลี้ยง บ่อน้ำสำหรับบริโภคที่มีความลึกถึง 24 เมตร ในกรณีที่ถูดปิดล้อมก็สามารถตั้งรับได้เป็นเดือน ถัดขึ้นไปอีกชั้นเป็นห้องโถงใหญ่ ตรงกลางโถงมีแบบจำลองของเมืองมัทสึเอะ ด้านข้างมีตู้กระจกที่รวบรวมสรรพาวุธต่างๆ ไว้เช่น อาวุธ ชุดเกราะ และหมวก สำหรับบางคนของเหล่านี้อาจจะไม่น่าสนใจ แต่สำหรับผมการได้เห็นชุดเกราะและหมวก ก็เหมือนได้เห็นตัวนักรบหรือขุนศึกท่านนั้น เพราะแต่ละชุดมีความแตกต่างกันโดยเฉพาะตรงหน้ากากและสัญลักษณ์บนหมวก ยิ่งถ้าเป็นหมวกของขุนศึกชื่อดังอย่าง Minamoto Yoshitsune, Oda Nobunaga,Takeda Shingen, Sanada Yukimura หรือ Date Masamune เห็นแล้วยิ่งตื่นเต้นอดนึกถึงวีรกรรมของขุนศึกเหล่านี้ไม่ได้ แต่สำหรับคนที่ไม่อินในการศึกสงคราม ลองเดินมองหาเสาไม้ที่มีรูปหัวใจดูก็น่าสนุกดี ถึงแม้ชั้นนี้จะมีเสาอยู่หลายสิบต้น การตามล่าหาหัวใจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับสาวๆ แล้วกลับไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเดินหาแป๊บเดียวเจอ เดินต่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุดเป็นจุดชมวิวเมืองได้อย่างชัดเจน ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนแต่พอได้มาถึงตำแหน่งนี้มันหายเหนื่อยไปเลยครับ







