posttoday
'กรีซ' ไม่หลุดยูโรโซน ปฏิรูปเข้มแลกเงินช่วย 2.8 ล้านล.

'กรีซ' ไม่หลุดยูโรโซน ปฏิรูปเข้มแลกเงินช่วย 2.8 ล้านล.

14 กรกฎาคม 2558

เป็นที่รอคอย และลุ้นกันมายาวนาน ในที่สุดทางผู้นำของยูโรโซนสามารถบรรลุข้อตกลงอย่างเป็นเอกฉันท์ในการให้เงินช่วยเหลือก้อนที่ 3 ต่อกรีซเรียบร้อยแล้ว

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

เป็นที่รอคอย และลุ้นกันมายาวนาน ในที่สุดทางผู้นำของยูโรโซนสามารถบรรลุข้อตกลงอย่างเป็นเอกฉันท์ในการให้เงินช่วยเหลือก้อนที่ 3 ต่อกรีซเรียบร้อยแล้ว หลังจากการเจรจามาราธอนนานถึง 17 ชั่วโมง โดยที่กรีซต้องเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจตามความต้องการของเจ้าหนี้เกือบทั้งหมด นับเป็นข้อตกลงประวัติศาสตร์ที่ป้องกันไม่ให้กรีซต้องออกจากยูโรโซน

“การประชุมยูโรสามารถได้ข้อตกลงอย่างเป็นเอกฉันท์ และทั้งหมดพร้อมที่จะให้กองทุนกลไกเพื่อเสถียรภาพแห่งยุโรป (อีเอสเอ็ม) แก่กรีซ สำหรับการปฏิรูปอย่างจริงจัง และให้การสนับสนุนทางการเงิน” โดนัลด์ ทัสก์ ประธานกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ระบุ

ฌอง-โคลด จุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กล่าวว่า จะไม่มี “เกร็กซิต” หรือการที่กรีซต้องออกจากกลุ่มยูโรโซนเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ทางรัฐบาลกรีซต้องเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือระยะเวลา 3 ปี ซึ่งเป็นวงเงินที่ประเมินว่าสูงถึง 8.6 หมื่นล้านยูโร (ราว 2.84 ล้านล้านบาท) เลยทีเดียว

“ข้อตกลงนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบาก” นายกรัฐมนตรีอเล็กซิสไซปราส ของกรีซ ระบุ แต่ก็แสดงความเชื่อมั่นว่า ชาวกรีซส่วนใหญ่จะสนับสนุนความพยายามนี้

หลังจากนี้ ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว ทางรัฐสภาของกรีซต้องผ่านกฎหมายการปฏิรูปเศรษฐกิจภายใต้เงื่อนไขของเจ้าหนี้ ซึ่งหมายรวมถึงการปฏิรูปกองทุนบำเหน็จบำนาญ และปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม ภายในวันที่ 15 ก.ค.นี้ ซึ่งหากรัฐสภากรีซผ่านกฎหมายดังกล่าว ร่างกฎหมายดังกล่าวจะถูกนำเข้ารัฐสภาของประเทศต่างๆ ในยูโรโซน ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นในวันที่ 17 ก.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของข้อตกลงสุดท้ายเกี่ยวกับรายละเอียดการรับเงินช่วยเหลือนั้นยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ทีเดียว

นอกจากนี้แล้ว หนึ่งในภายใต้เงื่อนไขการขอรับเงินช่วยเหลือ ซึ่งกระทบต่อการเจรจาในช่วงที่ผ่านมา คือ ทางรัฐบาลกรีซจะต้องนำสินทรัพย์ที่ได้จากการโอนกิจการของรัฐเป็นของเอกชน ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 5 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.9 ล้านล้านบาท) ไปไว้ในกองทุนที่สหภาพยุโรปจะเป็นผู้ดูแล โดยผลกำไรส่วนที่ได้จากการลงทุนจากเงินส่วนนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อชำระหนี้ของกรีซและนำไปใช้ในการระดมทุนให้กับธนาคารพาณิชย์ของกรีซด้วย

“รัฐบาลกรีซได้ยอมรับเกือบทุกอย่าง โดยยอมรับในประเด็นที่สำคัญ และจำเป็นทั้งหมด” นายกรัฐมนตรีโจเซฟ มุสกัต แห่งสาธารณรัฐมอลตา ระบุ

คำกล่าวดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของบลูมเบิร์กที่อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ยุโรปสองคน ที่ระบุถึงไซปราสว่าเปรียบเสมือน “สุนัขที่ถูกทำให้พ่ายแพ้” โดยไซปราสนั้นมีทางเลือกเดียวเท่านั้น นั่นก็คือการยอมรับความต้องการของเจ้าหนี้

หลังจากข้อตกลงนี้ นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของกรีซ ได้กล่าวว่า หลังจากนี้กรีซจะต้องกลับมาสร้างให้เกิดความเชื่อใจอีกครั้ง โดยรัฐบาลกรีซจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้ตกลงไป พร้อมเตือนว่า เส้นทางการกลับไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจของกรีซจะยาวนาน และยากลำบาก

ขณะที่ ประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศสได้ออกมาชื่นชมข้อตกลงที่สามารถบรรลุได้โดยผู้นำยูโรโซน โดยระบุว่าเป็นข้อตกลงที่ดีสำหรับกรีซ และชาติในยุโรป รวมถึงเจ้าหนี้ด้วย

“แม้ว่าจะยาวนาน แต่ผมคิดว่าสำหรับยุโรปแล้ว นี่เป็นค่ำคืนที่ดี และวันที่ดี” ผู้นำฝรั่งเศส กล่าว

ออลลองด์ ระบุต่อไปว่า การให้กรีซออกจากยูโรโซนนั้นจะทำให้ยูโรโซนสูญเสียประเทศที่เป็นหัวใจของอารยธรรมยุโรป พร้อมเพิ่มเติมว่า ความล้มเหลวในการได้ข้อตกลงจะกระทบความน่าเชื่อถือ ความพยายามในการสร้างยุโรปที่เป็นหนึ่งเดียว

หลังจากที่ได้ข้อตกลงแล้ว ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้จัดประชุมทางไกลพิจารณามาตรการความช่วยเหลือสภาพคล่องฉุกเฉิน (อีแอลเอ) ในวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนภาคธนาคารของกรีซ

อย่างไรก็ตาม ทางอีซีบีอาจจะรอผลการลงคะแนนของรัฐสภากรีซที่จะมีขึ้น ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ก่อน เนื่องจากยังไม่มีความแน่นอนว่า ทางรัฐสภากรีซจะตอบสนองออกมาอย่างไร

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่กรีซได้ข้อตกลงกับผู้นำยูโรโซนได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นตอบสนองในทิศทางบวกทันที โดยตลาดหุ้นในยุโรปได้เปิดตลาด และซื้อขายในช่วงเช้าของวันที่ 13 ก.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดยดัชนีสต๊อกซ์ ยุโรป 600 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.6% ในช่วงเช้า ตามเวลาในนิวยอร์ก

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์