
ตั้งสหกรณ์แม่สอด-เมียวดี คู่ขนานเขตเศรษฐกิจพิเศษ
การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน
โดย...อัศวิน พินิจวงษ์
การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน โดยมี สมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผวจ.ตาก เป็นประธาน มีหลายประเด็นน่าสนใจ นอกจากการติดตามความคืบหน้าในด้านต่างๆ เพื่อเตรียมรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะมาวางศิลาฤกษ์สะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 2 ในวันที่ 24 ส.ค.นี้แล้ว คณะกรรมการบริหารเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากยังได้หารือประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสังคมในรูปแบบสหกรณ์สำหรับประชาชนในพื้นที่
ผวจ.ตาก กล่าวว่า การขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษ แบ่งผู้ลงทุนเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ นักลงทุนทั้งจากต่างประเทศและนักลงทุนในประเทศ ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ ประชาชนที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ในรูปแบบ การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสังคมในรูปแบบสหกรณ์ (Social Business) ซึ่งเป็นแนวทางการกระจายรายได้ให้แก่ประชาชนในทุกภาคส่วน
“จะเชื่อมโยงเครือข่ายสหกรณ์ อ.บ้านตาก แม่สอด พบพระ และสหกรณ์รายอื่นๆ ในจังหวัด เพื่อจำหน่ายสินค้าในรูปแบบตลาดสหกรณ์ รวมถึงการร่วมมือกับเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา จัดทำตลาดสหกรณ์แม่สอด-เมียวดี ในรูปแบบสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ที่พัก สหกรณ์โรงแรม สินค้า OTOP เพื่อรวมกลุ่มและรับสิทธิประโยชน์จากการเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก และการสนับสนุนจากสถาบันการเงินต่างๆ โดยได้เตรียมการสร้างศูนย์จำหน่ายสินค้าสหกรณ์ เพื่อเป็นจุดพักสินค้า กระจายสินค้า โดยจะขอรับการสนับสนุนงบยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดจากส่วนกลาง”
ผวจ.ตาก กล่าวว่า นโยบายดังกล่าวจะขับเคลื่อนในลักษณะ Social Business คืนกำไรในรูปแบบการสร้างประโยชน์แก่สังคม อาศัยการรวมกลุ่มเพื่อสร้างพลังในการขอรับเงินลงทุนในรูปแบบ Nano Finance จากสถาบันการเงิน มีการรวมกลุ่มหน่วยธุรกิจในชุมชนเพื่อยกระดับเป็นสหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชนเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากการเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ
ทั้งนี้ จะได้มีการประชุมร่วมกับสหกรณ์ต่างๆ ในจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 16 ก.ค.นี้ เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจมีส่วนผลักดันและสนับสนุนสินค้า OTOP และสหกรณ์เศรษฐกิจอีกด้วย
อีกประเด็นหนึ่งซึ่งคณะกรรมการฯ ห่วงใย คือกรณีการใช้ที่ดินเพื่อเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งกระทบที่ดินของประชาชนส่วนหนึ่ง โดยที่ประชุมได้ย้ำให้ทุกหน่วยทำความเข้าใจกับประชาชนว่า จะไม่มีการประกาศพื้นที่เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ประกาศไปแล้ว
สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ให้เสนอความต้องการผ่านคณะทำงานฯ ระดับตำบล ซึ่งคณะทำงานฯ ระดับตำบลต้องพิจารณาประเด็นต่างๆ อย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องความต้องการของนักลงทุนว่าต้องการพื้นที่จริงหรือไม่ และคำนึงถึงผลกระทบของสภาพสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก
ส่วนประเด็นสิทธิประโยชน์ของนักลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อยู่ระหว่างเสนอแนวทางการสนับสนุน SMEs (นักลงทุนท้องถิ่น) สำหรับความเคลื่อนไหวของนักลงทุนในพื้นที่ ขณะนี้มีบริษัทจากประเทศไต้หวันเพียงรายเดียวที่ยื่นความประสงค์ขอรับสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนจาก BOI ซึ่งคณะทำงานด้านสิทธิประโยชน์ โดยสำนักงานคลังจังหวัดตากอยู่ระหว่างการประสานอำนวยความสะดวก







