
เศรษฐีจีนหนีหุ้นซบตลาดนอก
นักลงทุนจีนหนีตลาดหุ้น หันไปซื้ออสังหาฯ ในต่างแดน ป้องกันความเสี่ยง
นักลงทุนจีนหนีตลาดหุ้น หันไปซื้ออสังหาฯ ในต่างแดน ป้องกันความเสี่ยง
รอยเตอร์สรายงานว่า นักลงทุนชาวจีนที่ร่ำรวยจำนวนมากได้ถอนทุนออกจากตลาดหุ้นแดนมังกร เพื่อซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ
รายงานระบุว่า แม้เงินที่ถอนจากตลาดหุ้นจำนวนมากอาจจะไปอยู่ในสินทรัพย์สภาพคล่อง เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หรือสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างฟรังก์สวิส ทว่ามีหลักฐานเพิ่มขึ้นว่า ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศอาจได้รับแรงกระตุ้นไปด้วย
ไมเคิล พาลลิเออร์ ประธานของ ซิดนีย์ ซิโซเทบีส์ อินเตอร์ เนชันแนล เรียลตี บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ในออสเตรเลีย ระบุว่า บุคคลผู้ร่ำรวยในจีนจำนวนมากได้นำเงินออกมาจากตลาดหุ้นแล้ว เพราะตลาดหุ้นร้อนแรงเกินไป
ขณะที่ ทอม บิลล์ หัวหน้าการวิจัยที่พักอาศัยของไนท์ แฟรงก์ กล่าวว่า มีหลักฐานว่าผู้เข้าซื้อชาวจีนสนใจมากขึ้นในตลาดอสังหา ริมทรัพย์โลก ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย อันเนื่องจากการผันผวนของตลาดหุ้น
“ไม่ปกติที่ชาวจีนซื้อแฟลตทั้งบล็อก ซึ่งสะท้อนว่าเป็นการเคลื่อนย้ายเงินทุนมากกว่าการนำเงินไปพักไว้” เอ็ด มีด ผู้อำนวยการบริหารของโดลาส แอนด์ กอร์ดอน บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในลอนดอน กล่าว
นอกจากนี้ รอยเตอร์ส รายงานด้วยว่า อสังหาริมทรัพย์ในออสเตรเลียและแคนาดาได้รับความนิยมจากนักลงทุนชาวจีนมากขึ้น จากค่าเงินที่อ่อนในทั้งสองประเทศ
ด้าน ไบรอัน วาร์ด ประธานของฝ่ายบริการการลงทุนในสหรัฐของคอลลิเออร์ อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า นักลงทุนจีนได้เข้ามาลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐ ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ไปแล้วราว 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากกว่าปริมาณลงทุนทั้งปีของปีที่แล้วที่อยู่ที่ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ข้อมูลจากธนาคารแห่งอเมริกา เมอร์ริล ลินซ์ ระบุว่า ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ชาวจีนได้เทขายหุ้นไปแล้ว 3.6 แสนล้านหยวน (ราว 1.8 ล้านล้านบาท) ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2015 เทียบกับ 1.9 แสนล้านหยวน ในปี 2014 และ 1 แสนล้านหยวน ในปี 2013







