
โลกผวา "เอลนินโญ" มาแล้ว แรงกว่าทุกครั้ง!
เอลนินโญที่ปรากฏขึ้นในปีนี้กำลังทวีความรุนแรงมากกว่าเมื่อครั้งระหว่างปี 1997-1998
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ความผิดปกติของสภาพอากาศทั่วโลกกำลังสำแดงอาการออกมาให้เห็นเป็นระยะๆ และมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายภูมิภาคของโลก ไม่ว่าจะเป็นภาวะอุทกภัย ภาวะแห้งแล้ง พายุไซโคลน ตลอดจนความรุนแรงของปรากฏการณ์ “เอลนินโญ” ที่เริ่มทวีความหนักหน่วงจนทำให้หลายพื้นที่ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเริ่มเผชิญหน้ากับภาวะ “ฝนทิ้งช่วง” และความแห้งแล้งผิดปกติ ไม่เว้นแม้กระทั่งประเทศไทย
จีน ประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลที่สุดในเอเชียเริ่มเห็นผลกระทบอย่างชัดเจนกับภัยธรรมชาติที่ประดังเข้ามาในช่วงปี 2015 นี้ โดยในช่วงครึ่งปีแรกมีผู้เสียชีวิตจากภัยธรรมชาติทั้งแผ่นดินไหว พายุ อุทกภัย ภาวะแห้งแล้ง ไปแล้วอย่างน้อย 379 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 1.459 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ประชาชนต้องไร้ที่อยู่อาศัยมากกว่า 1.68 ล้านคน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายจากภาวะแห้งแล้งและน้ำท่วม ตลอดจนหิมะที่ตกหนักมากกว่า 6.8085 ล้านเฮกตาร์
“ความแห้งแล้ง” กำลังกลายเป็นผู้ร้ายที่ชัดเจนที่สุดสำหรับภัยธรรมชาติที่กำลังกระหน่ำโลกอยู่ในขณะนี้ อย่างเช่นเมื่อเดือนที่แล้ว หลายพื้นที่ในปากีสถานต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนที่ถาโถมเข้ามาจนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 2,000 ราย มีประชาชนที่ล้มป่วยลงมากกว่า 6.5 หมื่นราย
อุณหภูมิในปากีสถานเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.นั้นพุ่งขึ้นแตะ 45 องศาเซลเซียส นับว่าเป็นปีที่ร้อนมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา อุณหภูมิที่ร้อนระอุดังกล่าว ได้ถาโถมเข้าใส่ปากีสถานในช่วงเดือนถือศีลอดรอมฎอนพอดี จึงไม่แปลกนักที่จะทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เนื่องจากข้อห้ามการบริโภคอาหารและน้ำตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงจนอัสดงตามการปฏิบัติทางศาสนา
ขณะนี้คลื่นความร้อนยังกำลังเข้าเล่นงานหลายประเทศในภูมิภาคยุโรป โดยเฉพาะยุโรปต้อนใต้ อุณหภูมิในโปรตุเกส สเปน และฝรั่งเศส ทะยานขึ้นแตะ 40 องศาเซลเซียส เริ่มจุดกระแสวิตกกังวลต่อสุขภาพของผู้สูงอายุและเด็กๆ ที่อาจจะต้องเผชิญหน้ากับภาวะฮีตสโตรกเอาง่ายๆ
กรุงปารีสของฝรั่งเศส เริ่มประกาศใช้แผนรับมือฉุกเฉินกับคลื่นความร้อนแล้ว หลังจากที่เคยได้รับบทเรียนจากการเสียชีวิตของประชาชนจำนวนมากเมื่อครั้งที่ยุโรปถูกคลื่นความร้อนโจมตีเมื่อปี 2003 โดยในครั้งนั้นทั่วยุโรปมีผู้เสียชีวิตมากเกือบ 20,000 รายทีเดียว เฉพาะในฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน
อุณหภูมิอันร้อนอบอ้าวนั้นเป็นผลจากการเคลื่อนที่ของมวลอากาศร้อนมหาศาลที่เคลื่อนตัวมาจากแอฟริกาเข้าสู่ยุโรป ไม่เพียงแต่จะทำให้ยุโรปใต้มีอากาศร้อนแห้งอย่างหนักแล้ว เหยื่อรายต่อไปก็คือยุโรปตอนกลาง รวมไปถึงอังกฤษด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขในอังกฤษได้ขอร้องให้คนกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะเด็กเล็กและคนชราระมัดระวังตัวกันมากขึ้นเป็นพิเศษ
ส่วนในสเปนนั้น อุณหภูมิเมื่อสัปดาห์ก่อนพุ่งสูงถึงแตะ 44 องศาเซลเซียสทีเดียว ทำให้ทางการกรุงมาดริดเมืองหลวงของประเทศต้องแนะนำให้ประชาชนรักษาตัวไม่ให้ขาดน้ำอยู่เสมอ โดยต้องดื่มน้ำกันวันละ 3 ลิตรทีเดียว
แน่นอนว่า ปรากฏการณ์ “เอลนินโญ” ที่เริ่มปรากฏขึ้นตั้งแต่เดือน มี.ค.นั้นกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรหลักที่ทำให้เกิดสภาวะผิดปกติของสภาพอากาศในโลกโดยเฉพาะรอบๆ ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่จะทำให้เกิดปริมาณฝนตกหนักผิดปกติในฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณทวีปอเมริกาเหนือและใต้ ขณะที่ภูมิภาคเอเชียนั้นจะต้องเจอกับภาวะแห้งแล้งอย่างรุนแรง
องค์กรด้านสภาพอากาศหลายสำนักทั้งในสหรัฐและออสเตรเลีย ต่างยืนยันตรงกันว่าปรากฏการณ์เอลนินโญที่ปรากฏขึ้นในปีนี้กำลังทวีความรุนแรงมากกว่าเมื่อครั้งระหว่างปี 1997-1998 ด้วยซ้ำ และจะลากยาวไปจนถึงช่วงฤดูหนาวปลายปีนี้ด้วย
สำนักงานด้านอุทกศาสตร์ และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นโอเอเอ) ยืนยันแล้วว่า มีโอกาสมากถึง 90% แล้วที่ปรากฏการณ์เอลนินโญในปีนี้จะอยู่ยาวถึงฤดูหนาว ถือเป็นความเชื่อมั่นที่มากขึ้นกว่าเมื่อการคาดการณ์ในเดือนที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 85% และ 50% ใน 4 เดือนก่อน ขณะที่ออสเตรเลียได้ประกาศถึงการมาถึงของเอลนินโญอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือน เม.ย. และทางด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของออสเตรเลีย ยืนยันแล้วว่า อุณหภูมิเหนือผิวน้ำของมหาสมุทรแปซิฟิกพุ่งขึ้นเหนือกว่าค่าเฉลี่ยปกติแล้ว 1 องศาเซลเซียส และกำลังเพิ่มดีกรีความร้อนขึ้นเรื่อยๆ
ไม่กี่สัปดาห์ก่อน เปรูได้ประกาศแผนรับมือกับปรากฏการณ์เอลนินโญแล้วอย่างเร่งด่วน โดยได้เตือนว่าพายุที่จะถล่มเปรูในช่วงฤดูร้อนที่กำลังมาถึงนี้จะมีความรุนแรงขึ้น โดยจะเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลันได้ ส่วนอินเดียและปากีสถานนั้นช่วงฤดูมรสุมในปีนี้ก็จะกลับมีฝนตกน้อยกว่าทุกปีเนื่องจากปรากฏการณ์เอลนินโญนั่นเอง ส่วนออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และภูมิภาคเอเชียก็จะเผชิญกับภาวะแห้งแล้ง และไฟป่าคือสิ่งที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นอย่างแน่นอน
องค์การสหประชาชาติและธนาคารซิตี้กรุ๊ป ได้ออกโรงเตือนแล้วว่า ปรากฏการณ์เอลนินโญจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรอย่างรุนแรงในออสเตรเลียและหลายประเทศในเอเชีย ขณะที่องค์การอาหารโลก (เอฟเอโอ) ระบุว่า ราคาข้าวโพดในตลาดโลกเริ่มเห็นความผิดปกติขึ้นแล้ว เนื่องจากผลผลิตข้าวโพดจากเอเชียและแอฟริกานั้นลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด และจะยังส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าวสาลีทั่วโลกลดลง 1.4%
“โมเมนตัมของเอลนินโญ กำลังก่อตัวให้เกิดภาวะความเป็นไปได้ของซัพพลายสินค้าโภคภัฑณ์หลังจากนี้ไป โดยเฉพาะสินค้าภาคเกษตรกรรมจะได้รับผลกระทบหนักมากที่สุด” นักวิเคราะห์ของเอฟเอโอ เตือน
“เอลนินโญจะดันให้ราคาอาหารโลกเกิดการเฟ้อต้ว และจะเป็นภาวะเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดของเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งปีหลังนี้!”
ภาพ เอเอฟพี







