
จิตวิทยาการลงทุน
“ปรากฏการณ์ฟองสบู่” ที่เกิดขึ้นในตลาดหลักทรัพย์จีน กลายเป็นสิ่งที่ใช้อธิบายการปรับตัวดิ่งลงในตลาดหลักทรัพย์ราว 30% โดยฟองสบู่เป็นภาวะที่นักลงทุนเข้าไปเก็งกำไรกันจำนวนมาก จนราคาหลักทรัพย์สูงเกินความเป็นจริง
“ปรากฏการณ์ฟองสบู่” ที่เกิดขึ้นในตลาดหลักทรัพย์จีน กลายเป็นสิ่งที่ใช้อธิบายการปรับตัวดิ่งลงในตลาดหลักทรัพย์ราว 30% โดยฟองสบู่เป็นภาวะที่นักลงทุนเข้าไปเก็งกำไรกันจำนวนมาก จนราคาหลักทรัพย์สูงเกินความเป็นจริง
โนอาห์ สมิธ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการเงิน มหาวิทยาลัยสโตนีบรูก และนักคอลัมนิสต์ของบลูมเบิร์ก เปิดเผยทฤษฎีทางจิตวิทยาที่ใช้อธิบายพฤติกรรมของนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์จีนจนเกิดภาวะฟองสบู่ เอาไว้ 4 ประการ ดังนี้
ประการแรก คือ พฤติกรรมเก็งกำไร โดยนักเศรษฐศาสตร์ต่างเชื่อว่า หากนักลงทุนทุกคนมีเหตุผลเหมือนกันหมด การเก็งกำไรคงไม่เกิดขึ้น และนักลงทุนที่ไม่มีเหตุผลเหล่านั้นก็มีจำนวนมาก ซึ่งลากเอานักลงทุนที่มีเหตุผลให้ตามเข้าไปเก็งกำไรด้วย แทนที่นักลงทุนที่มีเหตุผลจะซื้อขายสวนทางกับนักลงทุนที่เข้าไปเก็งกำไร
ประการที่สอง คือ พวกมากลากไป ซึ่งเป็นสาเหตุที่นักลงทุนแห่เข้าไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์จำนวนมาก เพราะเชื่อว่าในตลาดหลักทรัพย์จะต้องมี “อะไร” อยู่ โดยสมิธ ระบุว่า ให้ลองจินตนาการเหตุการณ์ที่เรานั่งอยู่ในร้านอาหารคนเดียว แล้วจู่ๆ ทุกคนในร้านต่างลุกเดินออกไปจากประตู สุดท้ายเราจะลุกตามออกไป หรือนั่งอยู่กับที่เพื่อหาว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครอยากอยู่ในร้านเป็นคนสุดท้าย
ประการที่สาม คือ บรรดานักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์จีนอาจเห็นว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดหลักทรัพย์จีน เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน หรือ “นิว นอร์มอล”
ประการสุดท้าย คือ บรรดานักลงทุนต่างคิดว่า นักลงทุนหน้าใหม่จะสร้างความต้องการซื้อใหม่อยู่เนืองๆ และความต้องการซื้อใหม่ดังกล่าว ก็ยากที่จะคาดการณ์ได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด







