
ตลาดหุ้นจีนไม่แกร่งพอ
แม้ว่าจะปรับตัวขึ้นมาได้บ้างในวันที่ 6 ก.ค. สำหรับตลาดหลักทรัพย์ของจีน ทว่าเมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตยังเป็นอีกวันที่ปิดตลาดปรับตัวลดลง 1.29% ปิดที่ 3,727.12 จุด ซึ่งนับตั้งแต่แตะระดับสูงสุดในช่วงต้นเดือน มิ.ย. ตลาดหุ้นของจีนปรับตัวลดลงไปแล้วถึง 29%
แม้ว่าจะปรับตัวขึ้นมาได้บ้างในวันที่ 6 ก.ค. สำหรับตลาดหลักทรัพย์ของจีน ทว่าเมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตยังเป็นอีกวันที่ปิดตลาดปรับตัวลดลง 1.29% ปิดที่ 3,727.12 จุด ซึ่งนับตั้งแต่แตะระดับสูงสุดในช่วงต้นเดือน มิ.ย. ตลาดหุ้นของจีนปรับตัวลดลงไปแล้วถึง 29%
จ่าว หยาง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ด้านจีน ของโนมูระ โฮลดิ้ง บริษัทที่ให้บริการทางด้านการเงินชื่อดังของญี่ปุ่น ระบุว่า การเทขายหุ้นของจีนนั้นอาจจะนำไปสู่การผ่อนคลายการควบคุมเงินทุนของจีนที่ช้าลง ซึ่งจะไปกระทบต่อความพยายามของจีนที่จะนำเงินหยวนเข้าเป็นหนึ่งในกลุ่มตะกร้าค่าเงิน (เอสดีอาร์) ร่วมกับค่าเงินเหรียญสหรัฐ ค่าเงินเยน ค่าเงินปอนด์ และค่าเงินยูโร ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
“ความผันผวนที่รุนแรงเช่นนี้อาจจะทำให้ผู้คนคิดว่าตลาดทุนของจีนยังไม่แข็งแรงเพียงพอ หรือไม่มีประสบการณ์เพียงพอที่จะป้องกันจากความเสี่ยงต่างๆ” จ่าว ให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กจากฮ่องกง
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์คนดังกล่าวระบุว่า ความผันผวนนี้ไม่ได้ทำให้จีนยุติผ่อนคลายการควบคุมเงินทุน ทว่าจะทำให้มาตรการต่างๆ ที่จะผ่อนคลายการควบคุมตลาดทุนของจีนอ่อนแอลงมากกว่าที่วางแผนไว้ก่อนหน้านี้ หรือมากกว่าการคาดหวังที่เกิดขึ้นในช่วงแรก ซึ่งหมายความว่าจะเป็นเรื่องยากมากขึ้นของจีนที่จะปฏิบัติได้ตามมาตรฐานของไอเอ็มเอฟ
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ค่าเงินหยวนของจีนไม่สามารถเข้าไปเป็นหนึ่งในเอสดีอาร์ได้ในปี 2010 เนื่องจากหยวนนั้นยังไม่สามารถใช้ได้อย่างเสรี นับตั้งแต่นั้นมาทางการจีนพยายามเพิ่มความน่าดึงดูดให้หยวน โดยการขยายการเข้าถึงตลาดทุนในประเทศ รวมถึงสนับสนุนการออกหลักทรัพย์ในรูปสกุลเงินหยวนนอกประเทศด้วย







