
จากแม่สอดสู่รัฐมอญ เปิดเส้นทางเที่ยวมะละแหม่ง
เมียนมานั้นกำลังพยายามที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวในหัวเมืองต่างๆ เพื่อดึงเงินจากต่างชาติ
โดย....อัศวิน พินิจวงษ์
เมียนมานั้นกำลังพยายามที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวในหัวเมืองต่างๆ เพื่อดึงเงินจากต่างชาติ หนุนเสริมการพัฒนาประเทศที่รัฐบาลพลเรือนกำลังเร่งสร้างขึ้น
มะละแหม่ง ในรัฐมอญ ห่างจากชายแดนด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก ไปเพียง 100 กิโลเมตร คือพื้นที่หนึ่งที่เมียนมากำลังส่งเสริมท่องเที่ยว ล่าสุด ทางการจังหวัดเมียวดี ฝั่งประเทศเมียนมา จะอำนวยความสะดวกต่อการท่องเที่ยวในเรื่องของการข้ามแดนใน 2 ลักษณะ โดยผู้ถือหนังสือผ่านแดน (Border Pass) ซึ่งอนุญาตให้ผู้ที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่จังหวัดตากสามารถพำนักได้ 13 คืน 14 วัน หรือ 2 สัปดาห์ ส่วนหนังสือผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border Pass) สำหรับประชาชนไทยทั่วประเทศสามารถพำนักได้ 7 วัน หรือ 1 สัปดาห์ โดยจะเป็นลักษณะการเข้า-ออก ณ จุดผ่านแดนเดิม (One-way Traffic)
ทั้งนี้ คนไทยสามารถใช้บัตรประชาชนในการขออนุญาตผ่านแดนได้และทางเมียนมากำลังเริ่มดำเนินการเรื่อง E-Visa เพื่ออำนวยความสะดวกในการขอวีซ่าได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเมียวดี ในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดเตรียมอุปกรณ์และจะดำเนินการให้เร็วที่สุด
เพื่อให้การประสานงานทั้งฝั่งไทยและเมียนมาเป็นไปอย่างราบรื่น ล่าสุด ฮเตอ่อง รมว.ท่องเที่ยวและการโรงแรม สหภาพเมียนมา ได้เชิญ สมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผวจ.ตาก พร้อมคณะทั้งภาครัฐและภาคเอกชนกว่า 30 คน เดินทางเยือนเมืองมะละแหม่ง เพื่อเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวรับประชาคมเศรษฐกิจ หรือเออีซี โดยขอความร่วมมือฝ่ายไทยให้ช่วยส่งเสริมในเรื่องการท่องเที่ยวในประเทศเมียนมา ทั้งเมืองมะละแหม่ง รัฐมอญ เมืองผาอัน รัฐกะเหรี่ยง และไจ้ก์โถ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระธาตุอินทร์แขวน รวมทั้งการเดินทางต่อไปยังกรุงย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าของเมียนมา ซึ่งปัจจุบันเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเมียนมา
สำหรับการเดินทางไปครั้งนี้ รัฐบาลเมียนมาได้ส่งตัวแทนมาต้อนรับที่ด่านพรมแดนเมียวดี โดยมีอ่องวินเด็ง หัวหน้าด่านตรวจคนเข้มเมืองเมียวดี และอูมินอ่อง นายด่านศุลกากรเมียวดี เป็นตัวแทนให้การต้อนรับ สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-เมียนมา คาดว่าหลังการเดินทางกลับของคณะพ่อเมืองตาก น่าจะเห็นก้าวสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวไทยเมียนมาอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น







